แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บรรเทาอาการหวัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บรรเทาอาการหวัด แสดงบทความทั้งหมด

รักษาอาการไอด้วย “ มะแว้ง ”

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552
Posted by noobo


มะแว้ง ผลมะแว้งที่นิยมใช้ มี 2 ชนิด คือ มะแว้งเครือ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Solanum trilobatum Linn. มีเอนไซม์ออกซิเดส ส่วน มะแว้งต้น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Solanum indicum Linn. เป็นสมุนไพรที่มีวิตามิน เอ บี ซี และมีสารสำคัญคือ อัลคาลอยด์ ชนิด โซลาโซดีน ( Solasodine ) และ ( Solanine ) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและระบบหายใจ จึงช่วยบรรเทาอาการไอได้ นอกจากนี้ยังมีสารลิกนิน ( Lignin ) และซาโปนิน ( Saponin ) ทำหน้าที่เหมือนยาปฏิชีวนะช่วยระงับการอักเสบและละลายเสมหะได้ดี แต่เนื่องจากอาจมีพิษในตัวเอง จึงมีการใช้สารส้มกำจัดพิษที่ไม่ต้องการ

คนไทยใช้ “ มะแว้ง ” มาแต่ดั้งเดิม เป็นภูมิ ปัญญาที่ควรสานต่อ
โดยนำผลมะแว้งสด 5-6 ผล ล้างให้สะอาด นำมาเคี้ยวแล้วอมไว้ กลืนเฉพาะน้ำจนหมดรสขมแล้วคายกากทิ้งหรือจะกลืนทั้งน้ำและเนื้อก็ได้ หรือจะใช้ผลแก่สด 5-10 ผล นำมาโขกพอแหลก คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อย ๆ เวลาไอ สำหรับเด็กจะใช้น้ำที่คั้นจากผลมะแว้งเป็นน้ำกระสายยา กวาดคอแก้ไอและขับเสมหะ นอกจากนี้ในตำรับยาไทยจะมีการบันทึกชื่อตำรับไว้ว่า “ ยาประสะมะแว้ง ” ประกอบด้วยผลมะแว้งผสมกับยาสมุนไพรชนิดอื่น ปั้นเป็นยาลูกกลอน
สรรพคุณเด่นของมะแว้ง
มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการไอและป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อที่รุนแรงในระบบทางเดินหายใจ เพราะ.....
1. มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ จึงสามารระงับการอักเสบได้
2. ทำให้เสมหะอ่อนตัว ละลาย ถูกขับหรือฝาดสมานออกไปได้เร็ว ไม่อยู่ในลำคอนาน เชื้อโรคจึงไม่เกิดขึ้นหรือฝังตัวได้ง่าย
3. บรรเทาอาการไอ จึงไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบที่ทางเดินหายใจ ( คอ )
4. ทำให้หายใจโล่งขึ้น บรรเทาอาการหวัดหรือภูมิแพ้ได้
5. หากถึงขั้นเจ็บคอ สามารถใช้ยาอมมะแว้งร่วมกับแคปซูลฟ้าทะลายโจรได้
อาการไอ และ โรคภูมิแพ้ เป็นอาการของโรคทางเดินหายใจที่สำคัญและต้องรีบทำการรักษาในเบื้องต้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคดำเนินไปในขั้นรุนแรง หรือเกิดโรคเรื้อรังได้ มะแว้งจึงเป็นยาสมุนไพรที่ทรงคุณค่าจริงๆ

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรบรรเทาอาการหวัด

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

'ฟ้าทะลายโจร' ยาสมุนไพรบรรเทาอาการหวัด
ช่วง นี้ประเทศไทยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดนั้นมีฝนตกแทบทุกวัน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เผชิญกับปัญหาต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจรติดขัดในการเดินทางไปทำงานแต่ละวัน หรือปัญหาป่วยเป็นไข้หวัด สำหรับปัญหาไข้หวัดนั้นจะพบมากในช่วงที่มีฝนตกชุกโดยเฉพาะเด็กๆ เพราะนิสัยของเด็กมักจะชอบออกมาเล่นน้ำฝน ไข้หวัดนั้นเป็นโรคติดต่อกันง่ายมาก

สัปดาห์นี้ทางมูลนิธิการแพทย์ แผนไทยพัฒนา จะมานำเสนอความรู้เกี่ยวกับการรับประทานสมุนไพรไทยที่ใช้แก้โรคไข้หวัด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาของโรคดังกล่าวด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยสมุนไพรไทยที่หาได้ทั่วไปในบ้านเรา พร้อมทั้งการนำเอาสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ต่างๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้


คนไทยส่วนจะนิยมนำสมุนไพรที่มีชื่อว่า "ฟ้าทะลายโจร" ในการบรรเทาอาการไข้หวัด สำหรับ ฟ้าทะลายโจร เป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยโบราณและได้รับการยอมรับเป็นสมุนไพรแห่งปี ในปัจจุบันมีการนำฟ้าทะลายโจรมาทำเป็นยาลูกกลอน หรือใส่แคปซูลเพื่อความสะดวกในการกิน ขณะนี้ต้นฟ้าทะลายโจรได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในประเทศไทย มีผู้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยถึงสรรพคุณยา และได้พบสารเคมีในส่วนต่างๆ ของพืชอยู่หลายชนิด รวมทั้งสาร Andrographolide ที่เป็นตัวยาสำคัญที่มีอยู่ในทุกส่วนคือ ราก ต้น ใบของฟ้าทะลายโจร และ ได้ทำการศึกษาทดลองเพื่อจำแนกโรคที่รักษาได้ดีให้ชัดเจน ซึ่งพบว่าฟ้าทะลายโจรรักษาโรคเหล่านี้ได้คือ แก้ติดเชื้อทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ แก้อาการไอ เจ็บคอ หรือคออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ แก้ไข้ทั่วไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นยาขมเจริญอาหาร เป็นต้น

สมุนไพร ฟ้าทะลายโจร ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัด และเสริมภูมิต้านทานดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะในคนที่เป็นหวัดบ่อยๆ ร้อนในบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิต้านทานอ่อนลง การรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่เป็นหวัดง่าย ร้อนในจะหายไป และสมุนไพรฟ้าทะลายโจรดีกว่ายาปฏิชีวนะ ตรงที่ไม่เกิดการง่วงนอน ไม่เกิดการดื้อยา และยังป้องกันตับจากสารพิษหลายชนิด เช่น จากยาแก้ไข้พาราเซตามอล หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม

ฟ้าทะลายโจร

ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ : ฟ้าทะลาย, น้ำลายพังพอน, ยากันงู, ฟ้าลาง, เมฆทะลาย, ฟ้าสะท้าน, สามสิบดี, ดีปังฮี (จีน)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm) Nees

จัดอยู่ในวงศ์ : Acanthaceae


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็น ไม้ล้มลุกสูง 1-2 ศอก ลำต้นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ใบเรียวกว้างประมาณ 1 ซ.ม. ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ สีขาว มีรอบประสีม่วงแดง กลีบดอกด้านบนมี 3 หยัก ด้านล่างมี 2 หยัก ผลเป็นฝักคล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ต้นและใบมีรสขมมาก ส่วนที่ใช้เป็นยาคือ ราก ใบ ทั้งต้น

การปลูก

ใช้ เมล็ดโรยลงดิน กลบดินไม่ต้องลึกแล้วรดน้ำให้ชุ่ม มักนิยมปลูกตอนต้นฤดูฝน ไม่ชอบแดดจัดมาก หากอยู่ในที่แจ้งต้นจะเตี้ยใบเล็กหนา และในที่ร่มต้นจะสูง ใบใหญ่แต่บาง ควรปลูกในที่ไม่ร่มและไม่แจ้งนัก ในฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดน้ำ แต่ในฤดูแล้งควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้าปลูกขึ้นได้หนึ่งต้นจนมีฝักแก่ เมล็ดจะกระจายออกไปขึ้นทั่วจนต้องถอนทิ้งบ้าง

ประโยชน์ในการรักษา
1.ใช้รักษาอาการเจ็บคอ
2.ใช้แก้อาการท้องเสีย และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
3.บรรเทาอาการหวัดและเสริมภูมิต้านทาน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นหายจากหวัด ภูมิแพ้ที่มักเป็นบ่อยๆ ให้หายเร็วขึ้น
4.ใช้เป็นยาภายนอกเป็นยาพอกฝี รักษาแผลที่เป็นหนอง


วิธีการนำไปใช้

1. ใช้ในรูปยาต้ม โดยใช้ใบและกิ่งสดล้างสะอาด สับเป็นท่อนสั้นๆ ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 10-15 นาที ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้งแก้เจ็บคอ ใช้แก้ท้องเสีย แก้บิด ใช้ 2-3 กำมือ

2.ใช้ในรูปยาลูกกลอน โดยนำใบและกิ่งมาล้างให้สะอาดผึ่งลมให้แห้ง บดให้เป็นผง ปั้นผสมกับน้ำผึ้งเป็นเม็ดขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ผึ่งให้แห้ง รับประทานครั้งละ 3-6 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

3. ใช้ในรูปยาแคปซูล โดยใช้ผงใบและลำต้นบรรจุลงในแคปซูล ใช้รับประทานก่อนอาหารและก่อนนอน เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีรสขมมาก จึงนิยมใช้ในรูปยาลูกกลอนและรูปยาแคปซูล ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรจำหน่ายในรูปยาแคปซูล

4.ใช้ในรูปยา ดองเหล้า นำใบฟ้าทะลายโจรแห้งขยำให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในขวดแก้ว แช่ด้วยเหล้าโรงพอท่วมยา ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดหรือคนยาวันละครั้ง เมื่อครบ 7 วัน กรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ในขวดที่มิดชิดและสะอาด รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร

5.ใช้ใบ ค่อนข้างแก่ประมาณ 1 กำมือ ตำผสมเกลือเล็กน้อย เติมเหล้าครึ่งถ้วยยา น้ำครึ่งช้อนชา คนให้เข้ากันดี รินเอาน้ำดื่ม กากที่เหลือใช้พอกแผล-ฝี แล้วใช้ผ้าสะอาดพันไว้

ข้อควรระวังในการใช้ สมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่สำคัญคือ ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีความดันต่ำและมีอาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย บางคนเมื่อกินยาฟ้าทะลายโจรแล้วมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย เวียนหัว หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ซึ่งควรหยุดยาทันที ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกินไป เนื่องจากฟ้าทะลายโจรจะทำลายจุลินทรีย์ที่อยู่ในกระเพาะอาหารมากเกินไป

ข้อมูลจาก http://women.sanook.com/health