ไข้หวัดหมู H1N1
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552| รู้จักไข้หวัดหมูพันธุ์ใหม่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้รายละเอียดว่า ไข้หวัดใหญ่ที่พบในคนตามฤดูกาลส่วนมากจะเป็น สายพันธุ์ H1N1 และ H3N2 ซึ่งมีการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงทำให้ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันทุกปี และต้องมีการฉีดวัคซีนประจำปีที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่จะมี การระบาด ก็จะสามารถป้องกันโรคได้ อย่างเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ก็จัดเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A ซึ่งระบาดอยู่ในสัตว์ปีก และสามารถติดเชื้อข้ามสายพันธุ์มายังมนุษย์ได้ แต่ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดหมูนั้น ก็เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A เช่นกัน พบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ในปัจจุบันที่พบบ่อยรวมทั้งในประเทศไทย จะเป็นสายพันธุ์ H1N1, H1N2 และ H3N2 ซึ่งลักษณะสายพันธุ์ไม่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ในมนุษย์ มีรายงานน้อยมากที่จะข้ามมายังมนุษย์ “ในส่วนการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ที่พบในประเทศเม็กซิโก และอเมริกานั้น เป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ เป็นสายพันธุ์ที่มีชิ้นส่วนของพันธุกรรมเกิดจากการผสมผสานของไข้หวัดหมู ที่เคยมีรายงานในอเมริกา หรือ ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดที่เคยรายงานไว้ในอเมริกาเหนือ จึงถือได้ว่าเป็น “ไวรัสสายพันธุ์ใหม่” และเมื่อดูองค์ประกอบเปรียบเทียบกับวัคซีน H1N1 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีความคล้ายคลึงกันไม่ถึง 80% บ่งชี้ให้เห็นว่า การป้องกันด้วยวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันก็ไม่น่าจะได้ผล อย่างไรก็ตาม ไวรัสดังกล่าวยังคงตอบสนองต่อยาต้านไวรัส ได้แก่ Oseltamivir (Tamiflu) และ Zanamivir แต่สามารถดื้อต่อ ยา Amantadine ได้เช่นกัน” ศ.นพ.ยง ขยายความ |
| ด่านสกัดตั้งแต่ประตูสู่ประเทศ นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับผู้แทนองค์การอนามัยโลก เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก ยังไม่ได้ประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 4 ซึ่งหมายถึงการระบาดใหญ่ แต่ยังเป็นแค่ระดับ 3 คือ ให้เน้นเรื่องของการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในแต่ละพื้นที่เท่านั้น ในส่วนของประเทศไทยได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ เตรียมพร้อมในการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ “เทอร์โมสแกนเนอร์” บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติโดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในจุดที่มีเครื่องบิน หรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดคือเม็กซิโก และบางส่วนของสหรัฐอเมริกา พร้อมแจกเอกสารคำเตือนด้านสาธารณสุข (Health Card) แก่ผู้ที่จะเดินทางเข้าและออกนอกประเทศ ในส่วนของคนไทยได้เตือนให้งดการเดินทางไปประเทศเม็กซิโกและบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย เทกซัส ที่มีการระบาดของโรคในขณะนี้ รวมทั้งให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขึ้นที่กรมควบคุมโรค และหากมีความจำเป็นอาจจะต้องเปิดศูนย์ปฏิบัติการในระดับกระทรวง เพื่อเป็นวอร์รูมในการติดตาสถานการณ์และเฝ้าระวังการระบาดของโรคอย่างใกล้ ชิดต่อไป “ข่าวการระบาดของโรคนี้ อาจทำให้ประชาชนไทยเกิดความวิตก กลัวติดเชื้อ และไม่กล้ากินเนื้อหมู จึงขอให้ข้อมูลว่า โรคระบาดดังกล่าวไม่ใช่โรคที่ติดจากการรับประทานหมู แต่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มีสารพันธุกรรมของหมูและคนผสมกัน เป็นการกลายพันธุ์ของเชื้อในตัวคน ติดต่อจากคนสู่คนไม่ใช่จากหมูมาสู่คน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำว่า ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดบวมอย่างใกล้ชิด”อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว
|
อันตราย "โลกร้อน" ก่อ "โรคระบาด"
กรณีที่นายจิรพล สินธุนาวา นักวิชาการคณะ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกประสบกับภาวะโลกร้อนแล้ว และไม่สามารถป้องกันได้อีก ต่อไป ทำได้ดีที่สุดคือ เตรียมพร้อมตั้งรับสถาน การณ์นั้น
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะ จุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า ภาวะแบบนี้ทำให้เชื้อโรคชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในแหล่งรังโรค ทั้ง ในดิน ในน้ำ ในอากาศ หรือในสัตว์ แพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น
"โรคที่น่ากังวลที่เรากำลังจับตาอยู่อย่างกระชั้นชิด ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่มีพาหะจากสัตว์ทั้งสิ้น สัตว์พาหะที่น่ากลัวจะเป็นแมลง และยุงชนิดต่างๆ น่ากลัวที่สุด คือยุง ซึ่งนำทั้งไข้เลือดออก มาลาเรีย และไข้สมองอักเสบ แต่สัตว์อีกชนิดที่เราจับตาอย่างใกล้ชิด คือริ้นฝอยทราย และเห็บ ที่จะนำโรคไข้สมองอักเสบ หลายชนิดด้วยกัน" นพ.ธีระวัฒน์กล่าว
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (START) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สภาวะความแปรปรวนแบบสุดขั้วเกิดขึ้นในโลกแล้ว แต่ไม่มาก ยังอยู่ในขั้นที่รับมือและชะลอผลกระทบได้ ดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่เช่นนั้นจะรับไม่ไหว วิธีการ คือต้องลดการใช้พลังงานลง
ซึ่งในภาพรวมของโลก ไม่ได้ลดการใช้พลังงานอย่างจริงจัง ปล่อยให้ตลาดเสรีมีอิทธิพลเหนือกว่า อาทิ สินค้าที่เกี่ยวกับการลดพลังงานจำพวกพวกโซลาร์เซลล์ยังมีราคาสูง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต้องผลักดันสินค้าประเภทนี้ให้อยู่เหนือกว่า ขณะที่ปัญหาการทำเกษตรกรรมในประเทศกำลังพัฒนาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุ สภาวะโลกร้อนนั้น นักวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่าภาคเกษตรส่งผลต่อภาวะโลกร้อนน้อยมาก อีกทั้งการลดการทำนาข้าว จะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะภาคเกษตรเป็นภาคที่สร้างอาหารใหม่
"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดผลกระทบชัดเจนแล้วคือทางกายภาพ เช่น ภัยพิบัติ ฝน ฟ้า อากาศอาจอยู่ในระยะ 5-30 ปีนับจากนี้ แต่ถ้ายังรับมือได้ก็อาจเกิดผลกระทบใน 30 ปี ข้างหน้า" นายอานนท์กล่าว
ข้อมูลจาก http://hilight.kapook.com/