แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด

อาหารสำหรับคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

การกินของว่างเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะช่วยเสริมสารอาหารแล้ว หากรู้จักเลือกให้ถูกกับโรคก็มีส่วนช่วยในการเยียวยาโรคได้ค่ะ วันนี้เป็นของว่างที่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง

  1. สาหร่ายทะเล มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งผลการวิจัยบอกว่าเป็นไขมันที่ช่วยปกป้อง หัวใจ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้คล่องขึ้น ลดความดันเลือดได้
  2. กล้วยแปรรูปต่างๆ มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งมีการศึกษาด้านโภชนาการเพื่อยับยั้งความ ดันโลหิตสูงยืนยันว่าอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงช่วยแก้ปัญหาความดันเลือดได้
  3. ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง มีส่วนในการช่วยลดความดันเลือด กินถั่วคั่วต่างๆ จะเป็นถั่วอบถั่วคั่วธรรมดา หรือสูตรที่ผสมสมุนไพรด้วยยิ่งดี เพราะทำให้ได้สารประกอบซัลเฟอร์รสเผ็ดฉุนในกระเทียมและหัวหอมช่วยขยายหลอด เลือด และลดแรงบีบตัวและแรงคลายตัว
  4. ปลาเล็กปลาน้อย ปลาที่กินได้ทั้งตัว มีการศึกษาประชากรพบว่าถ้ามีปริมาณ แคลเซียมในร่างกายต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปฏิกิริยาไวต่อเกลือ และผู้สูงอายุ กินปลาเล็กปลาน้อยทอด
ข้อมูลจาก www.cheewajit.com

อาหารทำให้ฟันแข็งแรง

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

อาหารเป็นสิ่งที่มนุษย์กินเข้าไปแล้วไม่เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มีประโยชน์ที่จะช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำให้กระบวนต่างๆ ภายในร่างกายดำเนินไปได้อย่างปกติ อาหารจึงเป็นสิ่งจำเป็น และมีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนตลอดชีวิต

การที่จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรรับประทานอาหารให้พอเพียงกับความต้องการของร่างกาย รับประทานที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ แต่สัดส่วนและปริมาณอาจแตกต่างกันออกไป

อาหารหลัก 5 หมู่ นั้นได้แก่

1. อาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว เป็นต้น

2. อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้งและน้ำตาล เป็นต้น

3. อาหารประเภทไขมัน เช่น น้ำมันพืช เนย กะทิ เป็นต้น

4. และ 5. อาหารประเภทเกลือแร่และวิตามิน ซึ่งพบมากในผักใบเขียวและผลไม้

อาหารกับฟันสัมพันธ์กันอย่างไร

บางคนอาจยังไม่ทราบว่า การสร้างฟันเริ่มตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา เมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 4 - 6 สัปดาห์ เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว หน่อฟันที่ฝังอยู่ในขากรรไกรจะเจริญเติบโตขึ้นเป็นตัวฟัน ฟันจะเริ่มโผล่พ้นเหงือกให้เห็นเมื่อทารกอายุประมาณ 6 - 7 เดือน ซึ่งตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาจนทารกคลอดออกมา จะมีการสร้างกระดูกและฟันตลอดเวลา การสร้างกระดูกและฟันของคนเรา ต้องการแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก เพราะแคลเซียมและฟอสฟอรัสเป็นสารที่สร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ในระยะที่ร่างกายมีการเจริญเติบโต กระดูกและฟันจึงประกอบด้วยแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสเป็นส่วนใหญ่

นอกจากแคลเซียมและฟอสฟอรัสแล้ว ยังมีแร่ธาตุอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยต่อต้านการเกิดโรคฟันผุทำให้ฟันแข็งแรง แร่ธาตุนั้นคือ ฟลูออไรด์ ซึ่งคงได้ยินให้เห็นกันคุ้นหู้คุ้นตาจากการโฆษณาทางโทรทัศน์ ฟลูออไรด์ชนิดรับประทานเมื่อได้รับขณะฟันกำลังสร้างตัว จะทำให้ตัวฟันแข็งแรง เช่นเดียวกับแคลเซียมและฟอสฟอรัสดังนั้นแร่ธาตุทั้ง 3 ชนิดนี้ เด็กๆ ควรได้รับประทานทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

จะพบแคลเซียม ฟอสฟอรัสและฟลูออไรด์ได้ที่ไหน?

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า แคลเซียมและฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่ใช้ในการสร้างฟัน ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละประมาณ 800 มิลลิกรัม และฟอสฟอรัสประมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ลูกเดือย ผักกุ้ยช่าย ใบขี้เหล็ก เห็ดหูหนู ใบแมงลัก ผลไม้เช่น ขนุน น้อยหน่า พุทรา มันแกว เป็นต้น

สำหรับฟลูออไรด์ จะเป็นแร่ธาตุที่ช่วยให้เนื้อฟันแข็งแรง แต่ฟลูออไรด์ก็ไม่สามารถป้องกันฟันผุได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เด็กๆ จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดปากและฟันด้วย ฟลูออไรด์มีอยู่ในอาหารจำพวก ใบชา ใบเมี่ยง ใบกุ่ยช่าย กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย เป็นต้น นอกจากจะได้รับจากอาหารแล้ว ยังอาจได้ฟลูออไรด์จากยาสีฟัน การทาฟลูออไรด์ ยาเม็ดฟลูออไรด์ เป็นต้น

จะ เห็นได้ว่าอาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกเพศทุกวัย และอาหารยังมีความสำคัญต่อฟันในระยะที่ฟันกำลังสร้างตัวด้วย หลังจากนั้นจะต้องดูแลทันตสุขภาพด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธีด้วยจึงจะทำให้ฟัน แข็งแรงและสวยงามตลอดไป



ข้อมูลจาก http://healthnet.md.chula.ac.th

ทานอาหาร เพื่อสุขภาพฟัน

Posted by noobo

กินอาหารเพื่อสุขภาพฟัน

พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

อาหาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย แต่อีกด้านหนึ่งการกินไม่เลือก ไม่ระมัดระวังก็มีโทษสำหรับร่างกายเช่นกัน ตอนนี้เรารณรงค์ในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่รับประทานแล้วน้ำหนักไม่เพิ่ม ไม่อ้วน อาหารที่กินแล้วไม่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไขมันอุดตันในเลือด โรคหัวใจ ทางทันตกรรมก็เช่นกัน เราให้ความสำคัญในเรื่องอาหารอย่างมากในการป้องกันโรคฟันผุ โรคเหงือก

เมื่อเรารับประทานอาหารผ่านเข้าไปในช่องปาก แบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในรูปของแผ่นบางๆ เหนียว ที่เรียกว่า Plaque (แผ่นคราบ) จะ เปลี่ยนอาหารเหล่านั้นให้เป็นกรดทำลายฟันและเหงือก แบคทีเรียเหล่านี้ชอบอาหารหวาน อาหารที่เป็นแป้งมาก หลังรับประทานอาหารหากยังไม่แปรงฟันทันที แบคทีเรียเหล่านี้ก็ทำหน้าที่สร้างกรดไปเรื่อยๆ ดังนั้นยิ่งรับประทานอาหารบ่อยๆ 3 มื้อหลักแล้วยังมีแทรกระหว่างมื้อ อาหารก็สัมผัสกับฟันมากขึ้นโอกาสที่ฟันและเหงือกก็ถูกทำลายมากขึ้น



อะไรบ้างที่ ควร หรือ ไม่ควร ในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน

DO's
• ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ให้เกิดความสมดุล
- ขนมปัง ข้าว ซีรีอัล อาหารที่มีกากใย
- ผลไม้
- ผัก
- เนื้อปลา ถั่ว
- นม ชีส โยเกิร์ต
• ถ้าหากจะรับประทานอาหารว่างลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ให้รับประทาน ผัก ผลไม้แทน
• แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
• ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน Dental Floss
• พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

DON’Ts
• ไม่ควรให้น้ำตาลสัมผัสฟันนานๆ
- ลดการอมลูกอม
- ขนมกรอบๆ เหนียวๆ ติดฟัน
• น้ำอัดลม (Soft drink) มีน้ำตาลเยอะมาก 1 กระป๋อง บางยี่ห้อมีน้ำตาล 11 ช้อนกาแฟ ควรดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม
อย่าดื่มน้ำอัดลมทุกมื้ออาหาร
• ไม่สูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อ
- ฟันเปลี่ยนสี
- เสี่ยงต่อโรคเหงือก
- เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่องปาก ลำคอ

กุญแจ สำคัญในการเลือกรับประทานอาหารอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่จะไม่กินพวกแป้ง น้ำตาลเลย แต่ต้องระวังในการกินและคิดก่อนกินทุกครั้ง เพราะอาหารมีผลต่อสุขภาพของเรา ถ้าเราสามารถควบคุมการกินแป้งและน้ำตาล กินผักให้เป็นนิสัยก็จะส่งให้สุขภาพของเราดี ยิ้มได้อย่างสวยงาม

ข้อมูลจาก http://women.sanook.com