แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งหน้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งหน้า แสดงบทความทั้งหมด

การรักษาอาการแพ้เครื่องสำอาง

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

แต่งหน้า,เครื่องสำอาง



1. หยุดการใช้เครื่องสำอางนั้นทันที และพยายามเช็ดหรือชะล้างบริเวณที่ใช้เครื่องสำอางนั้นให้สะอาดที่สุดเท่าที่ จะทำได้ โดยปกติอาการแพ้ไม่รุนแรงมากนัก หลังจากนั้นสังเกตดูว่ามีอาการแพ้ลุกลามมากขึ้นอีกหรือไม่ โดยมากมักจะหายภายใน 7-10 วัน แต่หากมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

2. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เมื่อทราบสาเหตุว่าแพ้เครื่องสำอางชนิดใดหรือสารที่เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางนั้น ควรงดใช้หรือหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

3. รักษาอาการแพ้ให้หาย หาก เป็นผื่นแดง หรือเป็นตุ่มบวม หรือเป็นตุ่มน้ำใสมีน้ำเหลืองซึมออกมา ก็ควรทำความสะอาดแผลและใส่ยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการอักเสบเป็นหนอง นอกจากนี้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจดูว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้น จากการแพ้เครื่องสำอางหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่น เพื่อรักษาและหยุดปฏิกิริยาการแพ้ให้หายโดยเร็วที่สุด

ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.

ข้อมูลจาก http://campus.sanook.com/

เครื่องสำอางใช้ได้นานแค่ไหน

Posted by noobo

การ เลือกซื้อเครื่องสำอางมีคุณภาพดีนั้นไม่ยากนัก แต่ต้องอาศัยความละเอียดถี่ถ้วนพอสมควร เพราะบ่อยครั้งที่จุดเล็กๆ อย่างอายุของเครื่องสำอาง อาจทำให้สาวๆ เสี่ยงกับอันตรายต่อผิวสวยๆ เครื่องสำอางหมดอายุโดยไม่รู้ตัว

เครื่องสำอางที่ดีจะต้องบอกเวลาผลิตเอาไว้ เช่น Manufactured ตามด้วย
ตัวเลขบอก วัน-เดือน-ปีที่ผลิต หรือวันหมดอายุ เช่น Best ( หรือ Used) before ตามด้วยวัน-เดือน-ปีที่หมดอายุไว้ แม้จะมีการระบุวันที่เอาไว้ เครื่องสำอางส่วนใหญ่บอกเฉพาะวันที่ผลิต แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า
หมดอายุเมื่อไรกัน มีหลักคร่าวๆ ให้พิจารณา ดังนี้

มาสคารา (Mascara) หมดอายุภายใน 3 เดือนหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

อายแชโดว์ (Eye Shadow) หมดอายุภายใน 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

อายไลเนอร์ (Eye Liner) หรือดินสอเขียนขอบตา ในกรณีที่มีการเหลาเป็นประจำ จะหมดอายุภายใน 2 ปี

ลิปสติก (Lipstick) หมดอายุภายใน 2-3 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

ลิปไลเนอร์ (Lip Liner) หรือดินสอเขียนขอบปาก หมดอายุภายใน 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

รองพื้น ถ้าเป็นแบบผสมน้ำ ใช้ได้ 1 ปี แบบผสมน้ำมันใช้ได้ภายใน 1 ปีครึ่ง หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

แป้งฝุ่นหรือแป้งบลัชออน (Blush on) สีต่างๆ ที่ใช้ทาแก้ม/หน้า หมดอายุภายใน 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

ยาทาเล็บ ปกติจะหมดอายุภายใน 1 ปี แล้วแต่คุณภาพ ระหว่างนั้นถ้าไม่ค่อยได้ใช้ ควรเขย่าขวดบ่อยๆ จะช่วยยืดอายุได้

น้ำหอม ถ้า ยังไม่เปิดใช้เก็บให้ห่างจากแสงสว่างและความร้อนจะมีอายุนาน 3 ปี ถ้าเริ่มเปิดใช้จะอยู่ได้ราว 1 ปีครึ่ง แต่ถ้าเริ่มมีกลิ่นผิดปกติหรือกลิ่นฉุนเหมือนน้ำส้มสายชู มีสีคล้ำลงหรือเปลี่ยนสี ลักษณะข้นเหนียวแสดงว่าน้ำหอมขวดนั้นหมดอายุแล้ว

ทั้ง หมดเป็นวิธีการประเมินในเบื้องต้นเครื่องสำอางบางยี่ห้ออาจใช้ได้นานหรือ สั้นกว่านี้ ซึ่งการใช้และการเก็บรักษาก็มีส่วน ถ้าเก็บในที่สะอาด ปิดมิดชิด และอุณหภูมิไม่สูงเกินไป เครื่องสำอางก็จะอยู่ได้นาน ส่วนวะการใช้ที่ถูกต้อง เช่น เครื่องสำอางที่ใช้กับบริเวณที่บอบบางมากๆ เช่น ดวงตาอย่างอายไลเนอร์หรือมาสคาราไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น เพราะอาจเกิดการติดเชื้อโดยบังเอิญได้ เช่นเดียวกับลิปสติกควรใช้คู่กับพู่กันทาปากจะดีกว่าการใช้ทาลงบนริมฝีปาก โดยตรง เพราะจะทำให้เนื้อลิปสติกปลอดจากการปนเปื้อนของแบคทีเรียและอยู่ได้นานยิ่ง ขึ้น


ข้อมูลจาก http://www.geocities.com

สารอันตรายในเครื่องสำอาง

Posted by noobo

อันตรายที่พบเสมอจากการใช้เครื่องสำอางสามารถแยกออกได้
้เป็น 3 สาเหตุคือ

สาเหตุที่ 1 จากสารเคมีในเครื่องสำอางซึ่งการผลิตไม่ได้มาตรฐาน
ทำให้เกิดวัตถุมีพิษเจือปน หรือผู้ผลิต เจตนาใส่สารเคมีที่มีอันตราย
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่นใส่เฮกซาคลอโรฟินในแป้งโรยตัวเด็ก
หรือใส่สารประกอบปรอท จำนวนมากเกินมาตรฐาน

สาเหตุที่ 2 จากจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางซึ่งเกิดจากการผลิต
ไม่ได้สุขลักษณะ หรือจากวัตถุดิบที่ไม่สะอาด เพียงพอ อื้อ ฮือ !หน้าเละเชียว!!

สาเหตุที่ 3 การแพ้สารประกอบในเครื่องสำอาง กรณีนี้เกิดเฉพาะผู้บริโภค
บางรายเท่านั้น ไม่ได้เกิดกับทุกราย
ที่ใช้เครื่องสำอางสารเคมีบางชนิดในเครื่องสำอางบางประเภท
ที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้้ซึ่งผู้บริโภคพึงระมัดระวังคือ

1. สาร พี วี พี ซึ่งเป็นสารทำละลายที่มีอยู่ในน้ำยาสเปรย์ อาจทำให้เกิดการแพ้หรืออักเสบบริเวณหน้าผาก ข้างหู คอ และยังทำให้ผมแข็ง
กรอบ เมธิลอัลกอฮอล์ ในน้ำยาสเปรย์ที่ไม่ถูกมาตรฐาน สารนี้เป็นวัตถุมีพิษ ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้อย่างรวดเร็ว อาจเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งการสูดดมและการซึมเข้าทางผิวหนัง

2. สี พาราฟินิลินไดอามิน ในน้ำยาย้อมผม ผู้ที่แพ้สารนี้จะมีอาการรุนแรงมาก หนังศีรษะจะพองบวม มี น้ำเหลืองไหลทำให้นัยน์ตาอักเสบ บวม แดง น้ำตาไหล

3. เกลือโลหะ ในน้ำยาย้อมผม อาจทำให้ผู้ใช้บางรายแพ้โลหะเหล่านี้ได้

4. สี อี โอ ชิน ในลิปสติค ถ้าผู้ใดแพ้ เมื่อโดนแดด ริมฝีปากจะเป็นสีดำคล้ำ

5. เรซิน หรือน้ำมันยางไม้ ในครีมทาขนตาและครีมทาเปลือกตา
อาจทำให้เกิดการแพ้ เข้าตาจะทำให้ ตาอักเสบ พร่ามัว บวมแดง
หรือผื่นคันที่หนังตา

6. ปรอท แอมโมเนียในครีมลอกฝ้าสารเคมีทั้งสองชนิดนี้
ถ้าใช้มากเกินขอบเขตที่กำหนด
จะทำให้เกิด อันตรายได้ อาจแพ้ขึ้นผื่นคัน และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ สารปรอทสามารถดูดซึมเข้าทางผิวหนัง ทำให้เกิดอันตรายต่อ
ระบบภายในร่างกายได้ ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข ควบคุมส่วนผสมของเครื่องสำอางโดยกำหนดให้ใส่สารปรอท
แอมโมเนียได้ไม่เกินร้อยละ 3

7. ไฮโดรควิโนน ในครีมลอกฝ้า หากใช้ไปนาน ๆ ผิวจะกลับขาวมากกว่าผิวปกติจนกลายเป็นด่างขาว แทนที่จะสวย
กลับจะทำให้น่าเกลียด สารนี้ห้ามใช้เกินร้อยละ 2

8. เฮกซ่าคลอโรฟิน ในแป้งและสบู่ สารนี้เป็นอันตรายต่อเด็กอ่อน
ทำให้เกิดแผลที่ผิวหนัง จึงห้ามใช้ในแป้ง และสบู่ที่ใช้กับเด็กอ่อน การเลือกซื้อของสำหรับเด็กอ่อน จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย
นอกจากสารดังกล่าวนี้ยังมีสารเคมีอีกหลายชนิดที่อาจเกิดอันตราย
หากใช้ปริมาณมากเกินกำหนด หรือใช้ไม่ถูกต้อง ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศกำหนดปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ได้ในเครื่องสำอาง
และจัดให้เครื่องสำอางที่ใช้สารต่าง ๆ นั้น เป็นเครื่องสำอางที่ควบคุม ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขก่อน
จึงจะผลิตหรือ นำเข้าได้


ข้อมูลจาก http://www.geocities.com

บัญญัติ 10 ประการ เลือกเครื่องสำอาง

Posted by noobo

http://sgstb.msn.com/i/9B/F3A949966416CA58F80CD4FA81A24.jpg

ทุกวันนี้มีเครื่องสำอางจำนวนมากมายให้คุณผู้หญิงเลือกใช้
ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้า
จากต่างประเทศ จนเกิดการโฆษณาการ
แข่งขันกันมากขึ้น เครื่องสำอางบางชนิดที่ทำในต่างประเทศ
เช่น สหรัฐอเมริกาก็อ้างว่า “Made in USA ”
หรือ “formulated in USA ” และโฆษณาอวดสรรพคุณ
ต่าง ๆ สารพัด นอกจากนี้ยังอ้างว่าสิ่งที่โฆษณาในสหรัฐอเมริกา
เป็นความจริงเพราะถ้าไม่จริง FDA ของอเมริกาคงไม่ยอม หรือไม่ก็จะต้องมีการฟ้องร้องกันผมเองเป็นแพทย์ผิวหนัง
จึงมักจะได้รับคำถามเหล่านี้เป็นประจำ ซึ่งส่วนมาก 99.999999% เป็นการโฆษณาเกินความจริงคำถามจึงมีอยู่ว่าแล้วทำไม
เครื่องสำอางเหล่านี้ถึงสามารถโฆษณากันได้ ?

ผมต้องอธิบายให้คุณเข้าใจก่อนว่า องค์กรอาหารและยา ( FDA)
ของสหรัฐอเมริกานั้นบอกว่า เครื่องสำอางต่าง ๆ นั้นไม่ต้องพิสูจน์
ถึงเอกสารอ้างอิงประโยชน์ต่าง ๆเหล่านั้น “Neither cosmetic products nor
cosmetic ingredients are reviewed or
approved by FDA before they are sold to the public”
(FDA office of Cosmetics and Colors Fact Sheet,
February 3rd , 1995) แต่สิ่งที่ FDA ห้าม คือ การโฆษณาเครื่องสำอาง
ที่ทำให้เกิด “ ความเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรของผิวหนัง ”
เพราะถ้ามีผลอย่างนั้นจริงก็จะต้องถูกจัดเป็น “ ยา ” ไม่ใช่ “ เครื่องสำอาง ”

ซึ่งทางบริษัทเครื่องสำอางก็มักใช้คำว่า
“appears to”, “seems to”, “feels as if”, “you may experience” ฯลฯ

นอกจากนี้ระยะหลังการสร้างความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่น
ผู้ผลิตมักจะอ้างถึง “ ผลการทดสอบ ” หรือ “ การวิจัย ” ต่าง ๆ

ซึ่งส่วนมากเป็นการทดสอบของบริษัทผู้ผลิตหรือเป็นสปอนเซอร์เองและการทดสอบบางชิ้นก็อาจมีความเป็นวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอ การทดสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่ดีควรเป็น “double blind” ( ผู้ทดสอบ และผู้ถูกทดสอบไม่ทราบชนิดของผลิตภัณฑ์) และ “placebo control”
( มีตัวเปรียบเทียบที่ดีพอ)

จากเหตุผลดังกล่าว ผมจึง ขอแนะนำวิธีเลือกซื้อเครื่องสำอาง ดังนี้

1. อย่าเชื่อว่าเครื่องสำอางที่แพงกว่าจะดีกว่าเสมอไป
แนะนำให้ใช้เครื่องสำอางระดับกลางที่ เหมาะสมกับผิวของตัวเอง

2. อย่าเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่คนขายเครื่องสำอางบอกคุณ
เพราะคงไม่มีคนขายเครื่องสำอางคนใดบอกว่า
ผลิตภัณฑ์ของเขาไม่ดีหรือไม่ได้ผล

3. อย่าเชื่อคำโฆษณาต่าง ๆ เช่น “hypoallergenic” ,
“dermatologist tested”, “exclusive formula” ฯลฯ
เพราะคำเหล่านี้ไม่มีกฎหมายที่ดีเพียงพอ ในการควบคุม

4. อย่าหลงใน new promotion, new product
ควรศึกษาผลิตภัณฑ์เหล่านั้นโดยละเอียด
สิ่งที่ซื้อมานั้นควรป็นสิ่งที่เราใช้ได้จริง ๆ

5. อย่าเชื่อในส่วนผสมที่เป็น “miracle”, “secret”, “exclusive” etc.

6. อย่าเชื่อในตัวของ “presenter” ที่มาโฆษณาว่าผิวของนางแบบนั้น
มาจากเครื่องสำอางที่ใช้แบบนั้น
การที่คนเราจะมีผิวที่ดีนั้นมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่กรรมพันธ์
อาหารสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บางครั้งผมเห็นนางแบบโฆษณา
ที่มีอายุแล้วเป็น presenter ให้กับเครื่องสำอางใหม่ ๆ ที่เพิ่งมีขึ้น

7. อย่าเชื่อทุกอย่างที่บอกว่าเป็น “ ธรรมชาติ ” (natural)
จะปลอดภัยสิ่งของทุกอย่างในโลกนี้มีทั้งคุณ และโทษเสมอ

8. อย่าเชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์ประเภทที่เป็น “cellulite cream”
ถ้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ผลดีจริง อยาก ทราบว่าไขมันต่าง ๆ
ที่หายไปนั้นจะไปอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ?
และคงไม่มีใครในโลกนี้อ้วนอยู่หรอก

9. อย่าเชื่อในเรื่องของ “ เครื่องสำอางที่เป็นฮอร์โมน ”
(cosmetic hormone) โดยคิดว่าสามารถที่
จะบำรุงผิวพรรณของคุณทดแทนอาหารที่ควรกินได้

10. ข้อสุดท้ายคือ อย่าเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเขียนทั้งหมด
แต่ให้ลองศึกษาค้นคว้า ทดลองและทดสอบด้วยตัวคุณเอง
ข้อมูลของเครื่องสำอางอาจค้นคว้าได้ที่ อย.ของไทยได้ที่

http://www.fda.moph.go.th/fda%2Dnet/HTML/PRODUCT/COSMETIC/cosmetic/



ข้อมูลจาก http://www.geocities.com

เทรนด์แต่งหน้า...รับหน้าฝน

Posted by noobo

ฤดู ผันเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อหน้าร้อนอันแสนจะแสบสัน กลับเป็นชุ่มฉ่ำพร้อมๆ กับสายฝน สาวหน้าสวยภายใต้สีสันแต่งหน้าอันฉูดฉาด ก็ต้องปรับโฉมใบหน้าตัวเองอีกครั้งให้เข้ากับซีซั่นที่เปลี่ยนแปลง เพราะหน้าฝนอาจทำให้สีสันบนใบหน้าคุณเลือนหายหากไม่มีวิธีรับมือ

อานนทร์ ศรีทอง เมคอัพอาร์ทิส จากเครื่องสำอาง Make Up For Ever กล่าวถึงเทรนด์การแต่งหน้าในช่วงหน้าฝนนี้ว่า

“ เทรนด์การแต่งหน้าเหมือนกับเทรนด์แฟชั่น ที่นำเอาแฟชั่นหรือ เทรนด์เก่าๆ มาผสมกันบ้าง อย่างเทรนด์แต่งหน้ารับหน้าฝนของ เมคอัพฟอร์เอฟเวอร์ ปีนี้ จะออกแนวกลายๆ ยุค 40 ประยุกต์เป็นแนวร่วมสมัย ที่ทำให้นึกถึงผลงานของศิลปินโกแก็ง ( Goguin) ที่มีความสดใส การใช้สีออกโทนสีเย็น เมื่อนำมาผสานกับเทรนด์การแต่งหน้าตลอดทั้งปะ ที่ยังคงออกแนวโทนสีทองที่กำลังมาแรง ในช่วงฤดูฝนนี้ การใช้สีสำหรับอายแชโดว์ จะมีการผสมสีอื่นเข้ากับสีทอง เพื่อเป็นการเพิ่มสีสันให้กับสายฝน

เทคนิค การแต่งหน้าต้อนรับหน้าฝน คือการใช้เทคนิคการผสมสี เช่นการนำโทนสีทอง มาใช้ร่วมกับสีเขียว หรือสีเขียวขี้ม้า โดยจะเน้นไปที่ดวงตา เช่น การใช้สีเขียวลงใต้ตา และโทนสีทองสว่างๆ แบบเปลือยๆ ที่เปลือกตา ทำให้ดูโดดเด่น ด้านสีปากและแก้มต้องการเป็นธรรมชาติ ใช้สีที่ออกโทนนู้ดๆ

ส่วน เคล็ดลับสำหรับการแต่งหน้ารับสายฝนนั้น เน้นที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รองพื้นประเภทที่มีส่วนผสมเป็นสูตรกันน้ำ ( Water Proof) จะมีลักษณะ เป็นครีมหล้ายเจล ลงแบบบางๆ โดยใช้แปรงพุ่ม เป็นการใช้เพื่อให้สามารถเกลี่ยให้ได้บางที่สุด และยังเป็นการประหยัดรองพื้นไปในตัวด้วย ที่สำคัญการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับ
กันน้ำ เพื่อป้องกันยามที่ใบหน้าต้องเผชิญกับอากาศแบบร้อนชื้นอย่างบ้านเรา จะได้ไม่เกิดคราบเพียงเท่านี้ก็พร้อมตลุยไปกับอากาศชื้นๆ กันได้เลย..

ข้อมูลจาก http://www.geocities.com

อัพเดท! เทรนด์แต่งหน้า ปี 2009

Posted by noobo

กลับมาอีกครั้งกับเทรนด์การแต่งหน้าของ MTI ( MAKE UP TREND 2009 ) โดย ในปี2009 นี้ จะปรับลุคให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายยิ่งขึ้น ทุกอย่างสามารถปรับให้เหมาะกับบุคลิกและการแต่งตัว มีให้เลือก 3 แบบ 3 ลุค แบบนี้เลย



แบบที่ 1: Rhythm of Line

MAKE UP TREND 2009



เริ่ม จากปรับสีผิวให้สว่างใสและเขียนคิ้วให้ค่อนข้างใหญ่และเข้ม จากนั้นระบายสีตาด้วยอายแชโดว์สีม่วงอ่อน เน้นรูปตาด้วยอายแชโดว์สีม่วงเข้มบริเวณหางตา ต่อด้วยการติดขนตาปลอม และเขียนอายไลเนอร์ให้เป็นเส้นคมที่เส้นตาบนเพื่อให้ดวงตาดูกลมโตยิ่งขึ้น สำหรับพวงแก้ม ใช้บลัชออนสีแดงปัดให้ดูมีสีอ่อนๆ ปิดท้ายด้วยการเขียนขอบปากด้วยดินสอเขียนขอบปากสีแดง และใช้ลิปสติกสีเดียวกันทาให้ทั่ว




แบบที่ 2: Colour of Nature

MAKE UP TREND 2009



ปรับ สีผิวให้สวยสดใส เขียนคิ้วตามรูปดั้งเดิม หรืออาจจะใช้วิธีปัดด้วยมาสคาร่าปัดคิ้วเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ส่วนของอายแชโดว์จะเป็นโทนกลุ่มสีขาว ส้มอ่อน น้ำตาลอ่อน และทอง โดยแรเงาเปลือกตาให้สวยได้รูป เกลี่ยให้กลมกลืน จากนั้นทาอายแชโดว์สีเขียวอ่อนให้ชิดขอบตาบน ปัดขนตา ต่อด้วยใช้บลัชออนสีส้มและสีเหลืองปัดแก้มให้ดูมีเลือดฝาด เช่นเดียวกันกับริมฝีปาก ใช้ลิปสติกโทนสีธรรมชาติเช่นสีส้ม สีชมพู หรือสีน้ำตาลอ่อน



แบบที่ 3: Light and Shade

MAKE UP TREND 2009



สำ หรับลุคนี้ ปรับสีผิวด้วยรองพื้นสีเข้ม แต่งด้วยไฮไลท์และเฉดดิ้งเน้นโครงสร้างใบหน้าให้แสงเงาสวยและชัดเจน จากนั้นเขียนคิ้วให้สวยได้รูปด้วยสีน้ำตาลอ่อนเพื่อขับให้เห็นความคมชัด เมื่อลงสีเปลือกตา ระบายอายแชโดว์สีน้ำเงินหม่นผสมดำให้ทั่ว เขียนขอบตาทั้งบนและล่าง เน้นเส้นให้คมทั้งเส้นนอกและเส้นใน ปัดขนตาแล้วแซมด้วยขนตาปลอมให้ขนตาแลดูงอนยาว ใช้บลัชออนสีชมพูและขาวสำหรับปัดให้แก้มดูระเรื่อ และใช้ลิป กลอสสีใสหรือลิปสติกสีอ่อนทาริมฝีปากให้ดูเอิบอิ่มในขั้นตอนสุดท้าย


Makeup Tips

• ก่อนแต่งหน้า ควรสังเกตโครงหน้า จุดเด่น ข้อบกพร่อง และบุคลิกของตัวเอง เพื่อจะได้แต่งหน้าในแบบที่เหมาะกับใบหน้าได้มากที่สุด เช่นคนที่มีตาลึกมากไม่ควรแต่งแบบ smoky eyes เพราะจะยิ่งทำให้เบ้าตาดูลึก ในขณะที่คนตาเล็กแต่งแล้วจะดูดีกว่า เป็นต้น

• ในการแต่งหน้า จำไว้ว่าพื้นฐานสำคัญที่สุดคือการแก้ไขรูปหน้า เฉดดิ้ง และไฮไลท์

• นอกจากการทาครีมกันแดดที่ขาดไม่ได้แล้ว ครีมรองพื้นก็เปรียบเหมือน second skin หรือผิวที่สองที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและรังสี UV ได้อีกทางหนึ่ง

• ถ้าไม่มีเวลาลงรองพื้น อย่างน้อยควรใช้แป้งทูเวย์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด และเนื้อแป้งสามารถปกปิดข้อบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าได้อย่างแนบเนียน

• ควรใช้พู่กันในการแต่งหน้าทุกครั้ง พู่กันสามารถวาดรูปปากได้ดีกว่าทาด้วยแท่งลิปสติกโดยตรง และสามารถล้างทำความสะอาดได้ จึงไม่ทำให้มีแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกตกค้าง การใช้พู่กันยังช่วยให้สีสันของอายแชโดว์ดูกลมกลืนและเนียนเรียบกว่าการใช้ นิ้วเกลี่ย

• หลักง่ายๆ ในการปัดแก้มให้ดูมีเลือดฝาดเป็นธรรมชาติ คือลากเส้นตรงจากตาดำลงมา แล้วลากเส้นจากฐานจมูกมาบรรจบกัน จากจุดนี้ให้ปัดบลัชออนไล่จากอ่อนไปหาเข้ม เรื่อยขึ้นไปตามโหนกแก้ม สำหรับคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ ให้เน้นปัดสีเข้มใต้กระดูก ใบหน้าจะดูเล็กลง

• สิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งหน้า คือต้องมีความตั้งใจจริง และให้เวลาในการแต่งหน้าอย่างเต็มที่ อย่าคิดว่าการแต่งหน้าคือการทาแค่แป้งและปากเท่านั้น


ข้อมูลจาก http://www.thiswomen.com

เทรนด์แต่งหน้ารับซัมเมอร์

Posted by noobo

เทรน แต่งหน้า Summer เทรน แต่งหน้า Summer เทรน แต่งหน้า Summer
เทรน แต่งหน้า Summer เทรน แต่งหน้า Summer เทรน แต่งหน้า Summer
ในฤดูร้อนที่อากาศแสนจะอบอ้าว ทำให้ใบหน้ามันและเหนียวเหนอะหนะได้ง่ายอย่างนี้ แน่นอนว่าความร้อนแรงของการแต่งหน้าก็ย่อมจะลดความ จัดจ้านให้น้อยลงไปด้วย เพราะสาวๆ ทั้งหลายคงไม่อยากจะแต่งหน้าจัดๆแข่งกับอุณภูมิที่สูงปรี๊ด ฉะนั้น การแต่งหน้าที่เหมาะสมที่สุดในช่วงสปริง แอนด์ ซัมเมอร์นี้ ก็คือ การแต่งหน้าในสไตล์ธรรมชาติ เน้นความบางเบาด้วยโทนสีพาสเทล ที่ดูสดใส และไม่จัดจ้านค่ะ

สาเหตุที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะเนื่องจากแฟชั่นในช่วงซัมเมอร์นี้ เขาจะเน้นการแต่งตัวที่มีสีสันสดใสไปถึงฉูดฉาดอยู่แล้ว ฉะนั้น สีสันของเมคอัพบน ใบหน้าจึงไม่จำเป็นต้องจัดจ้านแข่งกับสีสันของเสื้อผ้ายังไงล่ะคะ ว่าแล้วก็มาเริ่มเมคอัพรับซัมเมอร์กันไปทีละขั้นตอนเลยดีกว่าค่ะ

• เริ่มจากการเตรียมผิวหน้าด้วยการลงครีมบำรุงประเภทมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อให้ผิว ดูชุ่มชื้น ตามด้วยครีมกันแดด SPF สูงๆ ตาม สถานการณ์ของการเผชิญแดด ซึ่งเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้ แต่ควรจะใช้ครีมกันแดดชนิดที่กันน้ำและเหงื่อได้ดีนะคะ จากนั้นใช้เมคอัพ เบส หรือ พาร์มเมอร์ ที่ใกล้เคียงกับสีผิวของคุณมากที่สุด เพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้า ก่อนที่จะลงแป้งฝุ่นในขั้นตอนต่อไป (ช่วงนี้ เบรคการทารองพื้นแบบเนียนเป็นหน้าเค้กไปก่อนดีกว่า เปลี่ยนมาใช้เป็นแป้งฝุ่นผสมรองพื้นแทนจะทำให้ผิวหน้าของเราแลดูเป็นธรรมชาติกว่ากัน เยอะเลยค่ะ) แต่ถ้าต้องการปกปิดจุดด่างดำ ใช้คอนซีลเลอร์ที่สีเข้มมากกว่าผิว 1 เฉดก่อนการลงแป้งฝุ่นก็จะช่วยปกปิดรอยหมองคล้ำนั้นได้ดีเชียวค่ะ

• ขั้นตอนต่อไปคือการแต่งแต้มสีสันบนผิวหน้า อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่า ช่วงซัมเมอร์นี้เน้นการแต่งหน้าในสไตล์ธรรมชาติ ดังนั้น สีพาสเทลทั้งหลาย อย่างโทนสีชมพู น้ำตาลอ่อน ส้ม พลัม พีช นั้นเหมาะที่สุดกับการแต่งหน้ารับฤดูร้อนค่ะ
ดวงตา ที่เคยคมเข้มด้วยอายไลเนอร์หรืออายแชโดว์สีจัดจ้าน คงต้องหยุดฮิตไปชั่วคราว เพราะมีลุคของอายแชโดว์สีพาส เทลเข้ามาแทนที่ แต่สาวบางคนคงรู้สึกขัดใจอยู่บ้างที่ไม่อาจตัดใจจากขอบตาอันโฉบเฉี่ยวไปได้ ก็แนะนำว่าลองเขียนอายไลเนอร์ เส้นเล็กๆ เพื่อลดดีกรีความแรงลงซักหน่อย หรือจะกรีดอายไลเนอร์เส้นเท่าเดิมที่เคยๆ แล้วใช้แปรงแต้มอายแชโดว์สีอ่อนๆ (สีท ี่เข้ากับสีเสื้อผ้าของคุณ) แตะบนเปลือกตาเบาๆ ทับบนเส้นอายไลเนอร์ไปเลยเพื่อให้การกรีดอายไลเนอร์นั้นดูซอฟลง หรือจะเปลี่ยนสีสัน ของอายไลเนอร์จากสีดำมาเป็นสีที่เบาลงอย่าง สีเทา น้ำตาลอ่อน น้ำตาลช็อกโกแลตก็ได้ สุดแล้วแต่ความพอใจของคุณเลยค่ะ

ดัดขนตา และใช้มาสคาร่าปัดขนตาบนให้งอนงามเพิ่มความหวานเชื่อมให้กับดวงตาของคุณ หรือจะติดขนตาปลอมเพิ่มความ ดกหนาให้ขนตาก็ได้ แต่ควรติดแบบเป็นช่อเล็กๆ มาแซมกับขนตาจริงของเรา จะให้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ

แต่งสีให้พวงแก้ม ใช้บลัชออนสีชมพู สีส้ม หรือสีชมพูอมส้ม เลือกให้เหมาะกับสีผิว ปัดพอประมาณให้แก้มดูเหมือน หญิงสาวที่กำลังเขินอาย (ไม่ควรปัดแบบเป็นปื้นๆ นะคะ ฤดูกาลนี้เอาต์สุดๆ เลย) จากนั้นให้ปัดบลัชออนที่จมูกซักเล็กน้อยให้ดูเหมือน กรำแดดหน่อยๆ จะได้หน้าที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

สุดท้ายคือ สีของเรียวปาก ที่ซัมเมอร์นี้ควรแต่งแต้มด้วยลิปกลอสหรือลิปเชียร์เนื้อบางเบา โดยเลือกสีให้เหมาะกับสีผิว อาทิ ผิวขาวเหมาะกับลิปสติกสีแดงเชอร์รี่ , ผิวสีน้ำผึ้งเหมาะกับสีแดงอมส้ม เป็นต้น ส่วนใครที่มีเรียวปากสีสวยอยู่แล้ว เพียงเพิ่มลิปกลอสมันวาวทาบางๆทั่วริมฝีปาก แค่นี้ก็ดูเป็นสาวสุขภาพดีแล้วค่ะ

และในระหว่างวัน หากเรารู้สึกว่าอากาศร้อนจนหน้าเหนียวเหนอะหนะ เพียงหากระดาษซับมันมาซับความมันส่วนเกินออก และพกสเปรย์น้ำแร่ ไว้ สักขวดเพื่อฉีดเรียกความสดชื่น แล้วใช้ทิชชู่ซับเบาๆ ปัดแก้มอีกนิด เติมปากอีกหน่อย เพียงเท่านี้สาวๆ ก็จะสวยงามสู้แดดช่วงซัมเมอร์ได้อย่าง
อินเทรนด์และเป็นธรรมชาติที่สุดเชียวค่ะ

ข้อมูลจาก www.phuketbulletin.co.th

เทรนแต่งหน้าสไตล์ เซ็กซี่

Posted by noobo

Silky Sexy Lips
เรียวปากสวยได้รูปอวบอิ่มมักชวนให้หนุ่มๆ หลงใหลและอยากประทับรอยจูบยิ่งนัก

เริ่มจากปรับสภาพผิว บำรุงเรียวปากด้วยลิปบาล์มอ่อนนุ่มชุ่มชื่น เป็นมันวาว และอิ่มเอิบก่อน จากนั้นใช้ทิชชูซับออกเล็กน้อย เพิ่มลุคสวยเซ็กซี่ให้เรียวปากเย้ายวนตัดกับผิวสีแทนประกายอบอุ่น ด้วยการใช้นิ้วมือแตะลิปสติกเนื้อแมตต์ที่มีเนื้อบางเบา แต่ให้เม็ดสีที่เข้มข้นและเนื้อสัมผัสชุ่มชื่น สี Caramel Apple หรือ Invisible Platinum ทาระเรื่อบางเบาทั่วริมฝีปาก กดทับเบาๆ บนเรียวปาก ตามด้วยลิปกลอสสีเรืองรองลงบริเวณกลางริมฝีปาก เพิ่มลุคสดใสและอ่อนวัย ส่วนสีสันบนใบหน้าแต่งแต้มอ่อนบางด้วยเทรนด์สีโทนเนื้อ ขับผิวให้ดูอบอุ่นอ่อนละมุนเท่านั้น เพราะงานนี้เรียวปากขอสวยโดดเด่นเป็นนางเอกแต่เพียงผู้เดียว



Lolly Pink อบอุ่นละมุนชมพู
เปลี่ยนลุคหน้าร้อนที่จำเจมาเล่นสีสันสดใสด้วยชมพูไม่รู้เบื่อกันบ้างดีกว่า จะเป็นสีชมพูสด ชมพูฟูเซีย หรือช็อกกิ้งพิงค์ ก็เพิ่มดีกรีเซ็กซี่ละมุนของวัยสาวให้ดูสวยละไมตาได้ลงตัว

FACE
ใช้ Water Perfect Smoothing Foundation เฉดเข้มกว่าผิวจริง 1-2 เฉด จากนั้นไล้ Semi-Loose Powder ทับบางๆ บนผิวหน้า เพิ่มมิติให้ใบหน้าด้วยการไล้ Bronzing Powder ผสมชิมเมอร์เฉดเข้ากับผิว ที่บริเวณโหนกแก้ม ขอบหน้าผาก และสันจมูก

EYES
ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลอมเทาเกลี่ยให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นทาทับด้วยสีสดใสอย่างสีชมพูอมแดง หรือ Color Mousse สี Air Purple ทับอีกครั้ง เพื่อเพิ่มประกายระเรื่อ จากนั้นปัดมาสคาร่าให้ขนตางอนยาวสัก 1 รอบ แล้วใช้พู่กันป้ายอายแชโดว์สีทองบรอนซ์



CHEEKS
ผิวอบอุ่นด้วย Blush สีพีชหรือสีชมพูอมส้ม อย่าง True Color Blush Duo หรือ Blush สี Sin จะทำให้พวงแก้มดูสุกปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นเฉดสีที่กลมกลืนกับทุกสีผิว เคล็ดลับสำหรับสาวที่ต้องการเน้นพวงแก้มให้โดดเด่นเป็นพิเศษ ทำได้โดยการแรเงาข้างแก้มด้วยโทนสีอบอุ่น

LIPS
ก่อนทาลิปสติกให้ทาลิปบาล์มทิ้งไว้ 5 นาที เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันริมฝีปากลอก จากนั้นใช้แป้งพัฟฟ์ตบทับบางเบาทั่วริมฝีปาก เพื่อความเรียบเนียน ใช้ลิปสติกสีชมพูโทนอ่อนทาให้ทั่วริมฝีปากก่อน แล้วค่อยตามด้วยลิปสติกสีชมพูโทนสีเข้มกว่าสีแรก ทาด้วยพู่กันด้านในของริมฝีปากทั้งล่างและบน สุดท้ายใช้นิ้วนางเกลี่ยเบาๆ เพื่อให้สีกลมกลืน และใช้ลิปกลอสทาทับ


ข้อมูลจาก http://fashionsee.igetweb.com


เคล็ดลับความงามของสาวเกาหลี

Posted by noobo

หน้าขาวใสด้วย BB Cream

สาวๆรู้ไหมว่าเทรนด์ใหม่ของการแต่งหน้าที่สาวเกาหลีเค้าฮิตกัน คืออะไร วันนี้แสนเสน่ห์จะมาแนะนำเจ้า BB Cream ที่สาวๆหลายคนอาจยังไม่รู้จักว่ามันมีประโยชน์อย่างไร เรามาทำความรู้จักเจ้า BB Cream กันนะจ๊ะ



BB Cream คืออะไร
BB Cream ย่อมาจาก Blemish Balm Cream เป็นครีมปรับสภาพผิวหน้าให้เนียนใส ที่รวมทั้งเบสและครีมรองพื้น ในตัวเดียวกัน เหมาะกับสาวๆที่ผิวแพ้ง่าย สาวๆที่มีรอยแดงๆ เห่อบนใบหน้าเจ้าบีบีจะช่วยปรับสภาพสีผิวเราให้เป็นสีปกติ และยังปรับได้เข้ากับทุกสีผิว ดังนั้นบีบี ครีมจึงไม่มีเฉดสีให้เลือก

เหมาะสำหรับ

  • ใช้สำหรับปกปิดรอยแผลเป็นจากสิว รอยกระ รอยฝ้า
  • ช่วยปกปิดจุดด่างดำ และปกปิดริ้วรอยบนใบหน้า
  • ช่วยปรับสีผิวให้ใบหน้ากระจ่างใส
  • ช่วยให้ผิวหน้าเรียนเนียน
  • ช่วยควบคุมความมันได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ผลหลังการใช้
ใช้แล้วจะทำให้หน้าขาวเนียนกระจ่างใส หน้าเรียบเนียนยิ่งขึ้น ทาแป้งแล้วติดทนนาน หน้าบางเบาแต่กระจ่างใส สวยแบบธรรมชาติทาแป้งอีกหน่อยก็หน้าเด้งแล้ว ปัดแก้มอีกนิดก็สวยเริ่ด ซึ่งเหมาะมากๆกับสาวๆที่ชอบแต่งหน้าโทนธรรมชาติ แต่งแบบบางเบาไม่ต้องทาหลายขึ้นตอนประหยัดเวลาอีกด้วย

ความแตกต่าง
สงสัยไหมว่าบีบีครีมต่างจากรองพื้นยังไง
BB Cream จะมีทั้ง Base + Foundation + Sun Block + skincare
พอทาแล้วจะบางเบากว่าทารองพื้น ปกปิดได้ไม่มากแต่ช่วยเรื่องปรับสีผิว และหน้าเนียนใส

แสนเสน่ห์เอาบีบีครีมยี่ห้อที่ฮิตๆมาแนะนำให้เพื่อนๆรู้จักกัน เผื่อใครอยากได้เอาไปใช้มั่ง ใครใช้ดีมาบอกต่อด้วยนะจ๊ะ...

TONY Moly BB Cream

TONY Moly BB Cream

Skinfood Aloe Sun BB Cream SPF20

Skinfood Aloe Sun BB Cream SPF20

ราคาประมาณ 500 บาท

Skinfood Gingko BB

Skinfood Gingko BB

Etude B.B.Magic Cream SPF30

Etude B.B.Magic Cream SPF30

Etude House BB Magic Fresh Cool Mousse มูส

Etude House BB Magic Fresh Cool Mousse SPF30 PA++

เบสผสมรองพื้นเนื้อมูส

Jadilla J BB Cream Skinguard BB plus

BB wonder cream  mistine

BB wonder cream mistine


ข้อมูลจาก http://women.mthai.com

ลายเนอร์ แบบ Cat Eye กำลังมาแรง

Posted by noobo

CAT EYE LINER

อายไลเนอร์ แต่งหน้า เทรนด์ ความสวย ความงาม

อายไลเนอร์ แต่งหน้า

ลายเนอร์ แบบ Cat Eye กำลังมาแรง ใครที่ไม่อยากตกเทรนด์
ลองมาดูวิธีการเขียนแบบมือโปรกันดีกว่า


อายไลเนอร์ แต่งหน้า


Step 1 ใช้ ลายเนอร์ แบบแท่งพู่กัน (Penultimate Liner) เริ่มเขียนจากปลายหางตาไปบริเวณจุดกึ่งกลางตา โดยกะระยะจุดเริ่มต้นให้อยู่ไม่เกินปลายคิ้ว



อายไลเนอร์ แต่งหน้า


Step 2 เกลี่ยน้ำหนักความหนาของเส้นให้ได้ตามต้องการโดยไม่หลุดจากแนวเส้นเดิม



อายไลเนอร์ แต่งหน้า


Step 3 เขียนเส้นจากหัวตามาบรรจบกันที่จุดกึ่งกลางและค่อยเกลี่ยให้เส้นดูเสมอกัน



Tips:
สาวๆ พึงระวังไม่ควรกรีดเส้น ลายเนอร์ ให้ยาวเกินปลายคิ้ว เพราะอาจให้ลุคที่ดูเว่อร์จนน่ากลัวได้ Penultimate Liner มีหัวแปรงปลายแหลมเล็กคล้ายพู่กันจีน เหมาะกับการเขียนหรือต้องการเน้นเส้นให้คมชัดอย่างลุคนี้

ข้อมูลจาก http://women.mthai.com/

แป้งฝุ่นดูดซับความมัน

Posted by noobo


แป้ง แต่งหน้า เครื่องสำอางค์



ช่วงนี้อากาศเริ่มจะร้อนอีกละรับรองว่าสาวๆ ต้องเผชิญกับหน้ามันเป็นแน่ จอห์นสัน บลอสซั่ม เขาก็มีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันด้วยล่ะ สาวๆ

ที่ชอบแต่งหน้าเป็นประจำ หลังจากลงมอยซ์เจอไรเซอร์ และครีมกันแดดแล้ว มักจะรู้สึกได้ถึงความมันที่หลงเหลืออยู่ ยิ้มหวาน มีวิธีลดความมันเหล่านั้นลงด้วยนะ แค่ เอาแปรงนุ่มๆจุ่มลงในแป้งฝุ่นแสนหอม แล้วก็ปัดลงบนใบหน้าของเราเล็กน้อย แป้งฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน ก่อนจะลงแป้งพัฟฟ์ให้หน้าดูนวลเนียนยิ่งขึ้น ทริกดีๆ แค่เนี่ยก็พร้อมสำหรับวันใหม่แล้วล่ะ


ข้อมูลจาก http://women.mthai.com/

แต่งหน้า เทรนด์เกาหลี

Posted by noobo

อัพเดท แต่งหน้า เทรนด์ เกาหลี ผู้หญิง วินาทีนี้ เทรนด์ตาคม กลมโต เด่นเด้ง สไตล์สาวเกาหลี กำลังมาแรงสุดๆ ตามกระแสฮิตของซีรีส์ แดนกิมจิ อยากสวยใสคิกขุแบบสาวเกาหลีโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม มีเทคนิคง่ายๆจาก “โคว จาอิม” เมกอัพอาร์ตทิสต์ประจำแบรนด์ ETUDE HOUSE เครื่องสำอางชั้นนำสัญชาติเกาหลี มาอัพเดททันอกทันใจ

เคล็ดลับสำคัญของการแต่งหน้าให้ได้ลุคแบ๊วๆแบบสาวเกาหลี ต้องเน้นความเป็นธรรมชาติ ประเภทแต่งให้ดูเหมือนไม่ได้แต่ง โดยขั้นแรก เริ่มจากการเตรียมผิวหน้าให้เรียบเนียนด้วยการลงรองพื้น วิธีเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวหน้า ควรใช้ 2 เฉดสีผสมกันให้เข้มกว่าสีผิวหน้าจริงหนึ่งโทน จะทำให้ได้ผิวหน้าที่เรียบเนียนดูธรรมชาติมากๆ ส่วนใครมีรอยแผลเป็น หรือรอยบวมใต้ตา แนะนำให้แต้มคอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดความบกพร่อง โดยค่อยๆกดและเกลี่ยไปให้ทั่วบริเวณนั้นๆ

สาวไทยส่วนใหญ่จะมีโครงหน้าคล้ายกับสาวเกาหลี คือรูปหน้ากลม และจมูกค่อนข้างแบน ลักษณะแนวการลงแป้งและรองพื้น จึงควรเริ่มจากบริเวณทีโซน แล้วกระจายไปยังบริเวณกรอบหน้าด้านข้าง เพื่อเป็นการสร้างมิติให้ใบหน้า หลังจากลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว ควรลงแป้งฝุ่นทับทันที โดยเลือกใช้แป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง และสีสว่างกว่าจริงเล็กน้อย แบบเดียวกับที่ดาราเกาหลีกำลังนิยม จะช่วยให้ใบหน้าไบรท์ขึ้นทันตาเห็น

อัพเดท แต่งหน้า เทรนด์ เกาหลี ผู้หญิง

การแต่งแต้มจุดเด่นบนใบหน้าก็เป็นขั้นตอนสำคัญ ควรเริ่มจากคิ้วเป็นจุดแรก โดยการแต่งคิ้วสไตล์เกาหลี จะเน้นรูปทรงธรรมชาติ ไม่เป็นเส้นเล็กหรือโค้งโก่ง เพราะทำให้ดูแก่กว่าวัย คิ้วรูปทรงตรงจะดูอ่อนวัยและเป็นธรรมชาติมากกว่า ขณะที่การเติมสีสันบนใบหน้า ควรเลือกสีอายแชโดว์ให้เข้ากับสีผิวหรือสีขนตาดำ โดยใช้ทั้งหมด 3 สี ไล่ตามเฉดโทนอ่อนสุดไปถึงเข้มสุด ถ้าอยากให้ตาสวยคมชัดขึ้น ต้องเขียนขอบตา และใส่ ขนตาปลอมเป็นช่อๆ

สำหรับแก้มและปาก การแต่งหน้าสไตล์กิมจิจะไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ แค่ใช้บรัชออนสีชมพูหรือพีชอ่อนๆ และทาลิปกลอสใสๆปิด ท้าย ก็ดูดีเข้าคอน-เซปต์แล้ว...ใครอยากสวยน่ารักแบบเจ้าหญิง แวะไปอัพเดทเมกอัพเทรนด์ล่าสุดได้ที่ ETUDE HOUSE ทั้ง 2 สาขา ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 และสยามสแควร์ ซอย 3.

ข้อมูลจาก http://women.mthai.com

วิธี เขียนอายไลเนอร์

Posted by noobo

แต่งหน้า

การเขียนอายไลเนอร์นั้น หากเป็นการแต่งหน้าธรรมดา ก็เขียนแต่เพียงขอบตาบนก็พอ เพื่อให้ขอบตาชัดขึ้น ทำให้ดูตากลมโตขี้นค่ะ



ก่อนอื่นหลับตาข้างที่ต้องการจะเขียน
สำหรับ ขอบตาบนค่อย ๆ ลากเส้นอายไลเนอร์จากหัวตา ไม่ต้องติดหัวตามากนะคะ เว้นระยะไว้นิดนึง หรือ ลากมาจากเส้นขอบขนตา มายังหางตา และเขียนให้ติดขนตาให้มากทีสุด


เมื่อถึงหางตาก็ตวัดอายไลเนอร์ขั้นนิดนึง เพื่อให้หางตาดูสวยขึ้น
หากมีการเลอะของอายไลเนอร์ ให้ใช้คัดเติลบัชเช็ดอายไลเนอร์ที่เลอะออกได้ค่ะ แต่ต้องเร็วหน่อยนะคะ ก่อนที่อายไลเนอร์จะแห้ง


ทริปเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับสาว ๆ นะคะ

สาว ๆ ที่มีตาโตอยู่แล้วนั้น กรีดเพียงบาง ๆ ก็พอค่ะ ตาจะดูสวยซึ้งขึ้น

สาว ๆ ที่มีดวงดาเล็ก หรือสาวหมวยก็เขียนเป็นเส้นหนาขึ้นได้ค่ะ เพื่อให้ดวงตาดูโตขึ้น


ข้อมูลจาก http://women.mthai.com

วิธีเลือกแปรง Powder Brush

Posted by noobo

แปรงแต่งหน้า

แน่ ใจแล้วหรือว่าคุณรู้จัก “แปรงแต่งหน้า” คู่ใจดีพอ เพราะไม่ใช่แค่เครื่องสำอางเท่านั้นที่สำคัญ แต่การเลือกแปรงอย่างใส่ใจจะช่วยดับเบิ้ลผลลัพธ์ความงามขึ้นมาได้อีกมากที เดียว

ชนิดของขนแปรง
1. ขนแปรงธรรมชาติ (ขนสัตว์)
ขนสัตว์ที่นิยม ได้แก่ กระรอก ม้า เซเบิล โคลินสกี แพะ วัว และหมู อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นการทารุณสัตว์ เพราะช่างทำแปรงจะเลือกใช้ขนที่ผลัดตามธรรมชาติและใช้เฉพาะปลายขนเพื่อให้ ได้ขนแปรงที่นุ่มนวลแบบสุดๆ ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมแปรงเหล่านี้ถึงได้แพงนัก แต่รับรองว่าใช้แล้วไม่ผิดหวัง เพราะขนสัตว์จะดูดเครื่องสำอางประเภทฝุ่นได้ดีเป็นพิเศษ

2. ขนแปรงสังเคราะห์
สำหรับสาวที่มีงบไม่มากนัก ลองเลือกแปรงที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์อย่างเทคลอนและไนลอน ซึ่งมีความนุ่มใกล้เคียงขนสัตว์มากที่สุด แต่ถึงอย่างไรการสปริงตัวให้ขนแปรงคืนรูปอาจสู้ขนสัตว์ไม่ได้ เห็นได้ชัดจากขนแปรงที่จะมีการหักงอเสียรูปได้ง่ายกว่า

วิธีเลือกแปรง
• ลองปัดขนแปรงบนหลังมือ (ถ้าเป็นบนใบหน้าได้ก็จะดีมาก) เพื่อทดสอบความนุ่มของขนแปรง
• แปรงที่ดีควรมีด้ามจับขนาดเหมาะมือ ไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป
• ขนแปรงควรมีรูปทรงที่สวยงาม ไม่หักงอ และไม่หลุดจากตัวยึดแปรงง่ายๆ

ประเภทของแปรง


1. Powder Brush
หมดสมัยทาแป้งหนาเตอะแล้ว นาทีนี้เมคอัพอาร์ติสท์เขาใช้แปรงพุ่มกลมขนาดใหญ่ลงแป้งฝุ่นทั่วใบหน้าให้ดู เบาบางเป็นธรรมชาติ มีทั้งแบบด้ามยาว (Face Brush) และด้ามสั้น (KabukiBrush) เลือกได้ตามถนัด
How to: เทแป้งฝุ่นใส่บนฝาเล็กน้อย แล้วใช้ส่วนปลายของขนแปรงแตะวนเป็นวงกลมก่อนนำมาปัดวนเป็นวงกลมทั่วใบหน้า

2. Blusher Brush / Cheek Brush เลิกใช้แปรงอันจิ๋วที่แถมมาในตลับแล้วหันมาใช้แปรงปัดแก้มที่มีลักษณะค่อน ข้างแบนและมีปลายกลมมนแทนดีกว่า ถ้าต้องการให้สีของบลัชออนกระจายตัวเป็นธรรมชาติ ควรเลือกแปรงที่มีขนาดใหญ่พอดีกับแก้ม เพราะถ้าเล็กเกินไปอาจทำให้เกลี่ยสีได้ไม่ทั่วจนแลดูเป็นจ้ำได้
How to: ใช้หน้าแปรง (ด้านแบน) แตะบลัชออน จากนั้นวางแปรงในแนวนอนแล้วปัดเฉียงขึ้น แต่ถ้าอยากให้ดูมีเลือดฝาดให้ตั้งแปรงขึ้น (ด้ามแปรงชี้ลงพื้น) แล้วแตะแปรงบนโหนกแก้มเบาๆ

3. Angle Contour Brush มีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับแปรงปัดแก้มต่างกันที่ปลายจะมีหน้าตัดเฉียง แปรงแบบนี้เหมาะกับมือโปรมากกว่า เพราะใช้ในการเฉดดิ้งและไฮไลท์แก้ไขรูปหน้าได้ดี
How to: ใช้หน้าตัดของแปรงแตะเฉดดิ้งหรือลงไฮไลท์ตามแนวกระดูกต่างๆ

4. Foundation Brush สาวๆที่ชอบลงรองพื้นด้วยนิ้ว เปลี่ยนมาใช้แปรงเถอะ แปรงที่มีลักษณะแบนและปลายมนจะช่วยเกลี่ยครีมรองพื้นให้ดูเบาบางเสมอกันทั้ง ใบหน้า แถมยังช่วยประหยัดครีมรองพื้นด้วย
How to: เทครีมรองพื้นบนหลังมือแล้วใช้หน้าแปรง (ด้านแบน) แตะครีมรองพื้นมาเกลี่ยให้กระจายออกไปตามกรอบหน้าก่อนใช้ด้านปลายมนตกแต่ง บริเวณร่องปีกจมูกปาก และใต้ตา


5. Eye Brush แปรงทาอายแชโดว์มีทั้งชนิดกลมและแบน โดยชนิดแบนจะใช้เกลี่ยเป็นบริเวณกว้าง ส่วนชนิดกลมจะใช้เน้นสีเฉพาะจุด เช่น ชิดขอบตา ชั้นพับตา
How to: ใช้แปรงแบนไล้สีให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นเน้นน้ำหนักสีหรือไล่สีด้วยแปรงกลม หรือถ้าอยากแต้มสีที่ขอบตาล่างและหัวตาก็ให้ใช้ปลายแปรงกลมเช่นกัน

6. Liner Brush ฮิตกรีดอายไลเนอร์ขนาดนี้คงต้องมีไว้สักอัน ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่าชอบการวาดเส้นขอบตาแบบไหน ถ้าชอบเส้นเรียวเล็กให้เลือกเป็นแบบหัวกลมปลายแหลม แต่ถ้าอยากได้เส้นใหญ่หรือแต่งตาแนวสโมกกี้อายส์ให้ใช้แบบแบนปลายตัดจะดี กว่า
How to: สำหรับแปรงกลม แต้มอายไลเนอร์ชนิดน้ำหรือเจล แล้วค่อยๆ ลากเส้นให้ชิดขอบตาเหมือนการเขียนดินสอส่วนแปรงแบน ให้แต้มอายไลเนอร์แล้วใช้ปลายตัดกดให้เส้นต่อๆ กันไป หรือจะลากเป็นเส้นก็ง่ายเหมือนกัน

7. Lip Brush สารพัดประโยชน์ ใช้ลงสีให้ทั่วริมฝีปาก ตัดเส้นขอบปากให้คมกริบใช้ผสมสีลิปสติก และยังใช้แต้มลิปสติกที่ใกล้หมดได้อีกด้วย
How to: ใช้ด้านข้างของพู่กันตัดเส้นขอบปากก่อนลงสีให้ทั่วเรียวปาก แล้วจะใช้สีอื่นทาทับอีกครั้งเพื่อเป็นการผสมสีแบบง่ายๆ ก็ได้

8. Brow Brush ควรเลือกที่มีลักษณะเรียวเล็กและเฉียงเล็กน้อย
How to: หลังจากวาดคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้วแล้ว ให้นำแปรงมาปัดเส้นคิ้วเพื่อให้แลดูนุ่มนวลเหมือนคิ้วจริง

9. Other Brush ยังมีแปรงหน้าตาไม่คุ้นเคยอีกมายมายสำหรับใช้ประโยชน์เฉพาะด้านแบบมืออาชีพ เช่น แปรงรูปพัดใช้สำหรับเกลี่ยแป้งต่างๆ ให้ดูบางเบา แปรงรูปครึ่งวงกลมสำหรับปัดแป้งฝุ่นให้กระจายทั่วทั้งใบหน้า


วิธีทำความสะอาดแปรง
• จุ่มแปรงลงในน้ำอุ่นให้พอเปียก ระวังอย่าให้น้ำไหลเข้าบริเวณด้ามจับ เพราะจะทำให้กาวที่ยึดขนแปรงเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและหลุดร่วงได้ง่าย
• ใช้แชมพูสระผมเด็กค่อยๆ ลูบขนแปรงเบาๆ ตามทิศทางของเส้นขน
• ตั้งแปรงแนวดิ่งให้หัวแปรงทิ่มลง แล้วเปิดให้น้ำไหลผ่านจนสะอาด
• จากนั้นซับแปรงบนผ้าขนหนูเบาๆ เพื่อจัดรูปทรงแปรงให้อยู่ในสภาพเดิม แล้วปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ (ห้ามตากแดด) โดยวางพาดกับโต๊ะ ให้ขนแปรงยื่นพ้นขอบโต๊ะออกมา
• ห้ามหงายแปรงให้แห้งในถ้วยเด็ดขาดเพราะน้ำจะไหลเข้าบริเวณด้ามจับ และถ้าปล่อยให้แห้งโดยการทิ่มขนแปรงลงในถ้วยก็จะทำให้ขนแปรงบานเสียรูปทรง เช่นกัน

Tips
- ในเวลาเร่งด่วนอาจใช้น้ำยาทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าโดยเฉพาะเช็ดขนแปรงก่อน การใช้งานได้ทันที แต่ทางที่ดียอมเสียเวลาล้างตามขั้นตอนจะดีที่สุด
- ควรทำความสะอาดแปรงและอุปกรณ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง
- หลังจากใช้แปรงทุกครั้ง ให้นำทิชชูวางบนฝ่ามือ แล้วเคาะส่วนที่ยึดแปรงบนสันมือเบาๆ เพื่อให้ฝุ่นเครื่องสำอางหลุดออก หรือเช็ดครีมเครื่องสำอางด้วยทิชชูก่อนเก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋าหรือซอง
- วิธีเก็บรักษาแปรงและพู่กันที่ถูกต้องคือ การเก็บไว้ในกระเป๋าที่ออกแบบมาสำหรับเก็บแปรงโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง แสงแดด และที่สำคัญคือช่วยให้แปรงใช้งานได้นาน ไม่เสียรูปทรง

ข้อมูลจาก http://www.pooyingnaka.com

Make-up Tips สำหรับสาวผิวคล้ำ

Posted by noobo


เทรนด์ผิวขาวเนียน สวยสไตล์เกาหลีจะแรงยังไง สาวผิวคล้ำอย่างเราคงมิอาจอินไปกับเขาได้ แต่ทว่าในเรื่องแต่งหน้าให้เฉิดฉายไฉไลนั้น เราสามารถค่ะ เอาให้สวยและมีสไตล์ในแบบฉบับที่เหมาะกับสีผิวเข้มอย่างเราด้วยเคล็ดลับที่ นำมาฝาก ทีนี้จะผิวคล้ำขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยอีกต่อไปแล้ว

- เตือนตัวเองเสมอว่าอย่าไปตามกระแสหน้าขาวเหมือนคนอื่น เพราะถ้าเราเลือกใช้เครื่องสำอางที่เน้นให้ผิวดูขาวมากๆ จะยิ่งทำให้หน้าดูลอยแตกต่างจากสีผิวบริเวณคอและเนินอก

- รองพื้นหรือแป้งที่ใช้ก็ควรมีสีใกล้เคียงกับสีผิวจริงของใบหน้า อาจเลือกสว่างขึ้นมาได้อีก 1 สเต็ป ถ้าอยากให้ใบหน้าดูไบรท์ขึ้นอีกนิด แต่ไม่ใช่หวังให้กลายเป็นสาวหน้าขาว

- หัวใจสำคัญของการแต่งหน้าสาวผิวคล้ำให้ดูโดดเด่นสวยงาม และมีสไตล์ก็คือ การเน้นความโดดเด้งของดวงตาที่จะต้องเด่นมากพอที่จะสะกดสายตาผู้คนไม่ให้ไป สนใจสีผิวได้

- สีเมคอัพที่ใช้ก็ไม่ควรเป็นสีเข้มเกินไป และควรเลือกสีให้เหมาะสม เพราะสีบางเฉดสีก็ไม่เหมาะที่จะอยู่บนผิวที่คล้ำ ที่จะยิ่งทำให้คุณดูแย่มากกว่าจะทำให้สวย อย่างเช่นสีเขียว หากใช้สีเขียวเต็มๆ ทาทับหลายๆ ทีก็อาจทำให้ดูเหมือนเป็นรอยช้ำมากกว่าตั้งใจแต่งให้ออกมาเป็นกรีนลุคส์


สำหรับการ แต่งหน้าทั่วไปในแต่ละวันที่ไม่ต้องการความหวือหวามากมาย โทนสีธรรมชาติดูจะเป็นสีที่เหมาะกับคุณสาวๆผิวคล้ำมากที่สุด เรียบสวยแต่ดูดีได้แม้ไม่ขาว

Tips
- หลักการเมคอัพของสาวผิวคล้ำคือทำให้หน้าดูสว่างขึ้น ไม่ใช่ขาวขึ้น คุณสาวๆ จึงต้องพยายามสร้างความสว่างให้กับบริเวณไฮไลท์ของใบหน้า อันได้แก่ หน้าผาก สันจมูก ปลายจมูก โหนกแก้มและคาง ด้วยการลงรองพื้นสีขาวสุดไว้ก่อน แล้วสร้างกรอบให้ใบหน้าด้วยรองพื้นสีเดียวกับผิวหน้า เพื่อให้หน้าดูมีมิติและได้รูปมากขึ้น

- เติมสีสันดวงตาให้สดใสปิ๊งปั๊งด้วยการลงอายแชโดว์ที่เปลือกตา พยายามทาให้อยู่ในบริเวณเบ้าตาเท่านั้น เพื่อรูปตาที่สวยงาม

- แนะนำว่าสีของดวงตา สีแก้ม และสีปาก ควรจะเข้ากันได้ดี ไม่ควรโดดไปจากกันเยอะ ความเด่นจะได้ไปตกอยู่ที่ดวงตาเป็นหลัก

-ลง อายแชโดว์อย่างเดียวไม่พอต้องเขียนขอบตาด้วย ดวงตาจะได้ดูคมชัดมากขึ้น จะเขียนด้วยดินสอเขียนขอบตา อายไลเนอร์ หรือแม้แต่อายแชโดว์สีเข้มที่ทาตาก็ใช้ได้เหมือนกัน

- การดัดขนตาและปัดมาสคาร่าให้งอนงามจะขาดไม่ได้เลย ยังคงเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับคุณที่จะช่วยเติมชีวิตให้กับดวงตา แต่หากวันไหนอยากแต่งตาให้เจิดจรัสกว่าทุกวันก็ให้ติดขนตาปลอมเข้าไป เลือกแบบที่เป็นช่อนะคะ จะช่วยให้สวยเด้งน่าตรึงใจทันที

- ส่วนสีของบลัชออนที่จะช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้นต้องยกให้โทนสีน้ำตาลกับโทนสี ส้มที่ผสมชิมเมอร์สีทอง ปัดแล้วช่วยให้ผิวที่คล้ำดูสว่างขึ้นอย่างมีสีสันและสดใส แถมยังอินเทรนด์ด้วย

- แต่ถ้าคนไหนไม่ชอบออกสีทอง บลัชออกสีพีช สีชมพูออกน้ำตาล หรือแม้แต่สีแดงเรื่อๆ ก็ยังใช้ได้

- สีปากที่เข้ม เด้ง และลอยให้ตัดไปได้เลย แนะนำลิปกลอสใสๆ จะดีกว่า ดูสวยกว่าลิปด้านสีเข้มเป็นไหนๆ

เพียงเท่านี้ก็สวยเข้มโดดเด่นอย่างมีสีสัน และมีรสนิยมแบบไม่ต้องอายใครแล้ว


ข้อมูลจาก http://www.pooyingnaka.com

เทรนด์การแต่งหน้าแบบหนาวๆ

Posted by noobo

หนาวนี้มีลุคแต่งหน้าแบบเก๋ไก๋มาให้ได้เลือกสวยกัน
สาวๆอาจใช้ไอเดียของตัวเองเพิ่มตรงนี้หรือลดตรงนั้นก็
ได้ตามสไตล์ของแต่ละคน




:: Blue Smolder ::

* ใช้อายแชโดว์สีน้ำเงินผสมสีดำเล็กน้อยทาให้ทั่วเปลือกตา โดยลากเส้นหางตาให้ยาวออกมาเป็นรูปตัววี
* เพิ่มความเป็นสโมกกี้อายส์ยิ่งขึ้น ด้วยไล้อายแชโดว์สีดำที่ขอบตาล่างจากหางตามาถึงกึ่งกลางตา
แล้วใช้ไฮไลท์สีขาวไล้จากหัวตาจนถึงเส้นอายแชโดว์สีดำ
* ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูในแนวเฉียงขึ้นเบาๆ
* ทาลิปสติกสีนู้ดให้ทั่วริมฝีปาก แล้วเพิ่มความแวววาวด้วยลิปกลอสอีกครั้ง

Tip
เคล็ดลับง่ายๆในการลากเส้นหางตาตามลุคนี้ แนะนำให้ใช้แปรงหัวเล็กลากเป็นเส้นขอบตามรูปทรงที่
ต้องการก่อนแล้วค่อยไล้สีให้ทั่ว

Stila: Scarlett's Deluxe Palette - Limited Edition (1,750.-)
Stila: la belle nouvelle - Noir Palette (1,550.-)
Stila: Lip Glaze Set Holiday # Nutmeg Spice (1,300.-)
Stila: It Gloss # Angelic (780.-)


:: Pinky Dot ::

* ไล้อายแชโดว์สีฟ้าอ่อนบางๆให้ทั่วเปลือกตา แล้วเน้นสีให้เข้มขึ้นบริเวณชั้นพับตา
* กรีดอายไลเนอร์เส้นเล็กให้ชิดขอบตา โดยตวัดให้หางโค้งขึ้นที่หางตา
* เพิ่มความเก๋ด้วยการใช้แปรงปลายเรียวเล็กแต้มอายแชโดว์สีแดงอมชมพู จุดที่ใต้ขอบตาล่างให้เป็นจุดกลมเล็กๆเรียงกัน 3 จุด
* เมื่อดวงตาดูเด่น แค่ใช้ลิปสติกสีนู้ดธรรมชาติเหมือนสาวสุขภาพดีก็พอแล้ว

Tip
จุดที่เป็นลูกเล่นใต้ตา อาจใช้ดินสอเขียนขอบตาหรือจะใช้ดินสอเขียนขอบปากแทนการใช้อายแชโดว์ก็ยังได้
ขึ้นอยู่กับไอเดียดัดแปลงของสาวๆ

Laura Mercier: Eye Color Quads # Blue Sky (1,500.-)
Laura Mercier: Lip Stain # Shy Pink (850.-)
Laura Mercier: Smudge Brush (950.-)


:: Golden Glam ::

* เกลี่ยอายแชโดว์สีทองให้ทั่วเปลือกตา แล้วไล้อายแชโดว์สีขาวบริเวณกลางตาให้สีกระจายออกไปทางหางตาเล็กน้อย
* ใช้แปรงหัวเล็กแต้มอายแชโดว์สีทองเขียนให้ชิดขอบตาล่างและหัวตา จากนั้นใช้อายแชว์เกลี่ยทับขอบตาล่างอีกครั้ง
* ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีพีชเบาๆ แล้วใช้แป้งผสมชิมเมอร์ปัดบริเวณโหนกแก้ม เพื่อให้ผิวแลดูเปล่งปลั่ง
* ริมฝีปากแลดูอวบอิ่มด้วยลิปสติกเนื้อกลอสสีเบจ แล้วใช้ลิปกลอสสีทองทาทับให้ทั่วริมฝีปาก
ช่วยให้ลุคนี้ดูหรูขึ้นแต่ไม่เวอร์จนเกินไป

Tip
หลับตาแล้วใช้นิ้วคลำที่เปลือกตา บริเวณที่นูนที่สุดของลูกตาคือตำแหน่งที่ควรลงอายแชโดว์ เพื่อเพิ่มความสว่างให้เปลือกตา

Guerlain: X'mas Duo&Liner #342 Midnight Gold (2,050.-)
Guerlain: X'mas Meteorite Mini-Pearl (2,500.-)
Guerlain: X'mas KissKiss Lipstick #513 Forever Beige (1,200.-)
Guerlain: X'mas KissKiss Gloss (1,100.-)
Guerlain: X'mas Forever Gold Powder (3,600.-)
Guerlain: X'mas Lash Mascara (1,350.-)

เทรนด์การแต่งหน้าแบบสาวหมวย

Posted by noobo



ตรุษจีนเมื่อไรเทรนด์สาวหมวยจะฮอตฮิตขึ้นมาทันที แต่สาวสไตล์อื่นไม่ต้องน้อยใจไปเพราะเดี๋ยวนี้ใครๆก็สามารถแปลงร่างเป็นสาวหมวยได้เหมือนกัน
:: Charming Half - Caste ::

* ใบหน้าสดใสจำเป็นที่สุด จึงต้องใช้ครีมรองพื้นและคอนซีลเลอร์ปกปิดรอยคล้ำใต้ดวงตาก่อน
* ไล้อายแชโดว์สีม่วงทั่วเปลือกตา ก่อนใช้แปรงเกลี่ยสีให้ฟุ้งขึ้นมาจนใกล้โหนกคิ้ว จากนั้นใช้อายแชโดว์สีม่วงอ่อนแต้มหัวตาให้ดวงตาดูสว่างขึ้น
* พวงแก้มสีชมพูสดใส เพียงใช้บลัชออนแบบเจลสติ๊กเกลี่ยบริเวณโหนกแก้ม แล้วเกลี่ยสีให้กลมกลืนด้วยปลายนิ้ว
* เพิ่มเสน่ห์ให้ริมฝีปากอวบอิ่มด้วยลิปสติกเนื้อมันวาวสีชมพู

Tip
การปัดมาสคาราสำหรับสาวสไตล์ฝรั่งที่มีดวงตากลมโต ควรปัดแบบซิกแซกเพื่อเพิ่มความหนาให้ขนตา
แต่ต้องระวังอย่าต่อให้ยาวมากนัก

YSL: Ombres Duolumieres # N15 Shimmering Quartz/ Deep Amethyst (1,640.-)
YSL: Pop Stick Blush # N2 Strawberry/ Raspberry - Limited Edition (1,660.-)
YSL: Perfect Touch (1,930.-)
YSL: Rouge Pure Shine # N28 Pink Sorbet (1,050.-)
YSL: Palette Pop Collector Powder – For Face & Cheeks – Limited Edition (2,200.-)



:: Glittering Thai ::

* ไล้อายแชโดว์สีเบจอ่อนๆจนทั่วเปลือกตา แล้วกรีดอายไลเนอร์สีเหลืองทองผสมกลิตเตอร์ให้ความหนาของเส้นอยู่เกือบถึงชั้นพับตา
* เส้นอายไลเนอร์สีเหลืองทองอาจดูไม่โดดเด่น ต้องเพิ่มรายละเอียดด้วยการเขียนขอบตาล่างด้วยดินสอสีดำจากหางตามาประมาณ 2/3 ของความยาวตา
* สาวไทยผิวคล้ำแก้มจะดูเป็นธรรมชาติกว่าถ้าปัดด้วยบลัชออนสีส้มพีช
* เลือกใช้ลิปสติกสีชมพูอ่อนๆ และทาลิปกลอสสีส้มใสแบบผสมประกายจะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น

Tip
อยากให้ดูเป็นสาวหมวยมากขึ้น ควรเลือกใช้อายไลเนอร์สีอ่อนจะทำให้ดวงตาแลดูเล็กลง แถมยังดูเซ็กซี่เล็กๆอีกด้วย

Ettusais: Pencil Eye Glitter # Gold (480.-)
Ettusais: Prism Harmony Gloss # Orange - Limited Edition (720.-)
Ettusais: Cheek Color # OR2 (730.-)
Ettusais: Zero Pore Powder (1,700.-)
Ettusais: Lip Color # PK4 (780.-)



:: Wonderful Chinese ::

* วิธีเพิ่มความเด่นให้ดวงตาของสาวหมวย เพียงไล้อายแชโดว์สีชมพูทั่วเปลือกตา
แล้วใช้สีฟ้าเขียนให้ชิดขอบตาบนและล่าง โดยลากจากหางตามาประมาณ 1/3 ของความยาวตา
สุดท้ายใช้สีชมพูอ่อนเขียนขอบตาล่างจากหัวตามาถึงเส้นสีฟ้าที่ลากไว้
* ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูเบาๆ จะได้ไม่เด่นแข่งกับสีเปลือกตา
* ทาลิปสติกสีแดงอมชมพูจากขอบปากเข้ามาจนเกือบถึงกึ่งกลาง
จากนั้นใช้ลิปกลอสสีชมพูอ่อนใสระบายกึ่งกลางริมฝีปาก แล้วเกลี่ยสีให้แนบเนียนเหมือนเป็นการไล่เฉดสี

Tip
การทาลิปสติกทุกครั้งควรใช้พู่กัน เพราะจะได้เส้นที่คมชัดและสามารถไล่เฉดสีแบบในลุคนี้ง่ายยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก http://pirun.ku.ac.th