แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระเทียม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระเทียม แสดงบทความทั้งหมด

อาหารคลายร้อน

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

http://www4.pantown.com/data/5495/board23/261-20060518204902.jpg
  • สะระแหน่ช่วยผ่อนคลายความร้อน ให้ความเย็นแก่ร่างกาย
  • ขิงและกระเทียมทำให้ร่างกายร้อน จึงไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารในฤดูร้อน
อากาศในฤดูร้อนมักร้อนจนเหงื่อหยด เราจึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษในฤดูนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินซึ่งควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่ก่อให้เกิดความร้อนในร่างกายและไม่ทำให้เลือดลมเสียสมดุล อาหารที่จำเป็นก็คือผักและผลไม้สด รวมทั้งการกินโปรตีนจากสัตว์ปีก เช่น ไก่ (ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโต)
http://www.green-x.com/pimages/ginger.gif

ข้อมูลจาก http://healthyandbeauty.net

สมุนไพรเพื่อนลดความดัน

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552
Posted by noobo

สมุนไพรช่วยลดความดัน
ใบบัวบก
ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรพื้นบ้านก็สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ วันนี้มีมาบอก...


- กระเทียม ซอยกระเทียมสดประมาณครึ่งช้อนชา กินพร้อมอาหารวันละ 2-3 ครั้งหรือจะใช้วิธีเคี้ยวกระเทียมสด ๆ ก็ได้ อย่ากินตอนท้องว่าง เพราะฤทธิ์ร้อนของกระเทียมจะทำให้แสบกระเพาะได้

- ขึ้นฉ่าย เลือกต้นสดมาตำ คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือใช้ต้นสด 1-2 กำมือ ตำให้ละเอียดต้มกับน้ำ แล้วกรองเอากากออก ใช้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร หรือกินเป็นผักสดผสมในอาหารก็ได้

- กาฝากมะม่วง ใช้ กาฝากของต้นมะม่วง นำมาตากแห้งต้มน้ำดื่มต่างน้ำชาหรือตากแห้งคั่วแล้วชงดื่ม ในบางท้องถิ่นให้ใช้กาฝากสดนำใบและกิ่ง 1 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม

- กระเจี๊ยบแดง ใช้กลีบเลี้ยงแห้ง ต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนกินเป็นชากระเจี๊ยบ ช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอลได้ แก้นิ่ว และลดไข้

- บัวบก ในตำรายาไทยทั่วไปใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน แต่มีตำรายาพื้นบ้านที่นำมาใช้ลดความดันโลหิตสูง โดยใช้ต้นสด 1 หรือ 2 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม

ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ ที่ใช้ปรุงอาหารเป็นประจำและมีสรรพคุณช่วยลดความดันได้ เช่น ขิง ขี้เหล็ก ผักชี ผักชีฝรั่ง มะขาม แมงลัก เป็นต้น

ข้อมูลจาก http://women.sanook.com/health/herbal/herbal_54848.php

โคเลสเตอรอลในเลือดสูง แก้ด้วย “ กระเทียม ”

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552
Posted by noobo

อันตรายจากภาวะโคเลสเตอรอลในเลือดสูง

ภาวะโคเลสเตอรอลสูง คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับ Total cholesterol ( TC )  200 มก./ดล. เนื่องจากระดับ low density lipoprotein-cholesterol ( LDL-C)  130 มก./ดล. ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ผู้ที่มี LDL-C ในเลือดสูงอยู่นานโดยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง

สาเหตุของ LDL-C ในเลือดสูง
ระดับ LDL-C ในเลือดสูงอาจเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรม โรค หรือยาบางชนิด และจากการรับประทานอาหารไม่ถูกหลังโภชนาการ ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของ LDL-C ในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่มีไขมัน ( ไตรกลีเซอไรด์ ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันจากสัตว์ ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลมาก จะส่งผลให้ไปยับยั้งกัมมันตภาพของตัวรับ LDL ที่ตับ เป็นผลให้ LDL-C ในเลือดสูง

ควรรับประทานยาลดโคเลสเตอรอลในเลือด หรือไม่ ?
ผู้ที่มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงจากพันธุกรรม หรือผู้ที่มี LDL-C ในเลือดสูง และมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ถ้าหากควบคุมอาหารแล้วไม่ได้ผลดี ควรได้รับยาลด LDL-C ในเลือด ภายใต้การดูแลของแพทย์ ร่วมกับการควบคุมอาหารต่อไป

สารสำคัญในกระเทียม....ตัวช่วยสำคัญ
สาระสำคัญในกระเทียม คือสารอัลลิซินและสารประกอบซัลเฟอร์มากมาย แต่ที่สำคัญคือ สารซัลลินซิสติอิน นอกจากนี้สารประกอบในกระเทียมยังมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ มีฤทธิ์ในการช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด และลดการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด


ข้อมูลจาก http://www.thaiherbinfo.com

14 วิธีดูแล หัวใจ

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo



จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2545มีคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovacular Disease-CVD) เป็นจำนวนมากถึง32,896 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 4 คน ในจำนวนนี้เพศชายมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง โดยมีตัวแปรสำคัญคือ อายุที่เพิ่มขึ้น, ประวัติในครอบครัวที่เป็นโรคนี้ (บิดา-มารดา และพี่น้องสายตรง), การสูบบุหรี่, คอเลสเตอรอลภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidemia), ความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวานและโรคอ้วน, ขาดการออกกำลังกาย
อาการสำคัญของโรคนี้มักเกิดจากภาวะไขมันในเลือดที่ผิดปกติ ทำให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) เกิดเป็นตะกรันเกาะตัวหนาตามผนังหลอดเลือด นานเข้าหลอดเลือดจะปริกะเทาะ กระตุ้นให้เกล็ดเลือดมาเกาะรวมตัวกันในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดการอุดตันอย่างเฉียบพลันจนมีโอกาสเสียชีวิต อ่านอาการกันมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนชักกลัวใจตัวเองจะเสียหาย อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเรามีคำแนะนำ 14 ข้อที่ทำง่าย ได้สุขภาพใจมากมายมาฝาก

1 เดินออกกำลัง 30 นาทีทุกวัน ช่วยลดโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันได้ร้อยละ 30
2 ตรวจความดันเลือดเป็นประจำ และพยายามควบคุมให้ต่ำกว่า 115/75 ค่าความดันเลือดมีผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล) การออกกำลังเป็นประจำและการลดไขมันรอบพุง (รอบเอว) มีส่วนช่วยลดความดันเลือดได้
3 กินถั่วเปลือกแข็งวันละ 1 กำมือ จำพวกถั่วอัลมอนด์ เฮเซลนัท ถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มีน้ำมันชนิดดีมาก (โอเมกา-3) โปรตีน และเส้นใย (ไฟเบอร์) ให้เลือกถั่วชนิดไม่เติมเกลือจึงจะได้ผลดี
4 ตรวจไขมันในเลือด และพยายามทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) สูงกว่า 50 โดยการออกกำลังเป็นประจำ ใช้น้ำมันที่มีประโยชน์ เช่น น้ำมันมะกอก, น้ำมันคาโนลา, น้ำมันรำข้าว ปรุงอาหาร
5 ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) ทุกวัน เพื่อป้องกันคราบจุลินทรีย์ (Plaque) และโรคปริทนต์ หรือโรคเหงือก และเนื้อเยื่อรอบโคนฟันอักเสบ โรคปริทนต์ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การอักเสบเรื้อรังปล่อยสารเคมีไปในเลือด ทำให้เส้นเลือดเสื่อมเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจ

6 กินเนื้อมะเขือเทศบด สัปดาห์ละ 10 ช้อนโต๊ะ หรือกินมะเขือเทศใน รูปแบบอื่น เช่น น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ เพื่อให้ได้โพแทสเซียม (Potassium/K) เพียงพอ โพแทสเซียมมีส่วนช่วยป้องกันโรคความดันเลือดสูง และมะเร็งต่อมลูกหมาก
7 กินกรดไขมันอิ่มตัวไม่เกินวันละ 20 กรัม และกินไขมันแปลงสภาพ (ทรานส์/Transfat) ให้น้อยที่สุด
8 อ่านฉลากอาหาร (Food Label) เลือกอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ และเกลือต่ำ
9 กินผักและผลไม้วัน ละ 5 ทัพพี โดยเลือกให้มีสีหลากหลายต่างกันไปตามสีรุ้งได้แก่ ม่วง + คราม-น้ำเงิน + เขียว + เหลือง + แสดหรือส้ม + แดงและ สีขาว ซึ่งเป็นสีพืชพันธุ์เพื่ออายุยืนยาวได้แก่ หัวหอม, กล้วย
10 กินกระเทียมทุกวัน จากงานวิจัยพบว่า กระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เช่นลดปริมาณของคอเลสเตอรอลในเลือด และผลการศึกษาจากประเทศเยอรมนี ยังระบุอีกว่ากระเทียมช่วยป้องกันและลดการเกาะตัวของคราบไขมันบริเวณผนัง หลอดเลือดหัวใจ

11 ดื่มน้ำส้มเป็นปะจำ ผลวิจัยล่าสุดของ ‘คลีฟแลนด์คลินิก’ ระบุว่าการดื่มน้ำส้มวันละ 2 แก้ว ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยสร้างสมดุลของระบบการทำงานในหัวใจได้ดี
12 กินชาดำซึ่ง มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐ-อเมริกา กล่าวว่า การดื่มชาดำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ เนื่องจากประกอบ ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ สารเคมีตัวนี้ช่วยป้องกันคอเลสเตอรอล ไม่ให้ทำลายเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ
13 บริโภคหัวหอม ถนอมสุขภาพหัวใจ เนื่องเพราะในหัวหอมประกอบด้วยสารคิวเซทิน (Quercetin) พฤกษเคมี ที่ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้มากมาย และหนึ่งในคุณประโยชน์คือ ลดการอักเสบของผนังเส้นเลือดที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคเส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต
14 ดื่มชาเขียวเสมอ จากการศึกษาพบว่าสารสำคัญในชาเขียวมีอยู่ 2 ชนิดคือ แคททิชินและธีอะฟลาวินส์ สารเหล่านี้จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการออกซิไดซ์ของแอล- ดีแอล คอเลสเตอรอลซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ยับยั้งการสร้าง Cyclo Oxygenase ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดการรวมตัวของเกล็ดเลือด จึงเท่ากับเป็นการช่วยลดโอกาสเกิดหลอดเลือดอุดตันจากลิ่มเลือด อันเป็นสาเหตุของอาการโรคหัวใจได้


ข้อมูลจาก http://women.thaiza.com/