โรคระบาด 2009 ไข้หวัดใหญ่
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552ทำเนียบขาวชี้ "ฮู" อาจยกระดับเตือนภัย"หวัดมรณะ"เป็นขั้นสูงสุด
|
"ผมคิดว่ามีบางอย่างซี่งเป็นไปได้ว่าในไม่กี่วันนี้ ฮูจะเพิ่มระดับการเตือนภัย ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่คาดว่าจะเป็นอย่างนั้น"รอเบิร์ต กิบส์ โฆษกทำเนียบขาวบอกกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวประจำวัน
" สิ่งนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงการเตรียมการของเราเพราะเราได้วางแผนมาตลอดสำหรับ ทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อรับรองการป้องกันให้แก่ชาวอเมริกัน" กิบส์ระบุ
ทั้ง นี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับเตือนภัยเป็นระดับ 5 ซึ่งเป็นสัญญาณ์บ่งชี้ว่าการแพร่ระบาดเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว
โรค ไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไวรัสสายพันธุ๋เอ เอช 1เอ็นหนึ่ง เริ่มแพร่ระบาดที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 101 ราย โดยมีการยืนยันแล้ว 16 ราย ขณะที่มีการแพร่ระบาดโดยพบผู้ติดเชื้อในอีก 15 ประเทศ แต่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงมาก โดยเกาหลีใต้เป็นชาติเอเชียรายที่ 2 ที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อดังกล่าว ท่ามกลางการเฝ้าระวังทั่วโลก
ความรุนแรงของโรคไข้หวัดหมู
ผวา! ไปทั่วโลกกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมู SWINE FLU หรือ HUMAN SWINE INFLUEZA ที่ประเทศเม็กซิโก เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคนที่มีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัด ใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย โดยโครงสร้างของเชื้อไวรัส เอช 1 เอ็น 1 มีลักษณะทรงกลมห่อหุ้มด้วยสารไลโบ โปรตีน (LIPO PROTEIN) ภายใน ประกอบด้วยไรโบนิวคลิอิคแอซิด (อาร์เอ็นเอ) 8 ชนิด ได้แก่ นูรามินิดาซี (NEURAMINIDASE), เฮมากลูตินิน (HEMAGGLUTININ) เอ็นพี ยีน, เอ็นเอ ยีน, เอชเอ ยีน, เอ็นเอส ยีน, เอ็ม ยีน และ พีเอ, พีบี1, พีบี 2 ยีน
อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดเม็กซิโกมีอัตราการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว เริ่ม 25 เม.ย. เสียชีวิต 80 ราย ล่าสุดเช้าวันที่ 29 เม.ย. มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 159 ราย ส่วน 1,300 คนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล อีก 2,500 คนต้องสงสัยติดเชื้อ
ขณะที่ประเทศไทยพบเชื้อโรคลักษณะคล้ายกัน ชื่อว่า เชื้อสเตรปโต คอกคัส ซูอิส ไทป์ II เป็นเชื้อที่อยู่ในโพรงจมูกและต่อมน้ำลายของหมู เชื้อดังกล่าวพบได้ในหมูทั่วไปจนกลายเป็นเชื้อประจำถิ่น เมื่อหมูอยู่ในภาวะเครียด เช่น อยู่ในที่แออัด อากาศชื้นหรือหนาวจากฝนตกหนัก ภูมิคุ้มกันของหมูจะลดลง ส่งผลให้เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดทำให้หมูป่วยหรือตาย
การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดเม็กซิโกเริ่มตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา จากประเทศเม็กซิโก สู่ สหรัฐฯ แคนาดา นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส สเปน อิสราเอล บราซิล ส่งผลให้ประเทศที่ติดต่อใกล้ชิดกับสหรัฐฯ อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หวาดผวาวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด
ล่าสุดองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศความรุนแรงระดับ 4 ที่เป็นการแพร่ระบาดจากคนสู่คน จากความรุนแรงทั้งหมด 6 ระดับ คือ
ระดับ 1 แพร่ระบาดในสัตว์ก่อน
ระดับ 2 การแพร่จากสัตว์ป่าสู่สัตว์พื้นบ้าน
ระดับ 3 แพร่ระบาดจากสัตว์มาสู่คนแต่มีจำนวนน้อย และอยู่ในพื้นที่จำกัด โดยการหายใจเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายไม่แพร่กระจายจากการรับประทานเนื้อหมู ที่ปรุงสุกแล้ว
ระดับ 4 แพร่ระบาดจากคนสู่คน โดยระบาดในระดับเมือง หรือจังหวัด
ระดับ 5 แพร่ระบาดจากคนสู่คนในกลุ่มกว้างมากขึ้น หรือในระดับประเทศ
ระดับ 6 แพร่ระบาดไปทั่วโลก
อาการป่วยของผู้ติดเชื้อเบื้องต้น เริ่มมีไข้ ปวดหัวตัวร้อน เจ็บคอ หายใจขัดๆ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเบื่ออาหาร ซึ่งไม่แตกต่างจากผู้ป่วยไข้หวัดทั่วๆไป ปัจจุบันโรคไข้หวัดเม็กซิโกยังไม่มีวัคซีนในการรักษา ฉะนั้นผู้ป่วยหรือคนปกติต้องระมัดระวังและป้องกันตัวเอง ดังนี้
1. ควรใช้กระดาษทิชชูปิดจมูกและปากกรณีไอหรือจาม และทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิดหลังการใช้ทันที
2. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า สบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ (เจลล้างมือ) บ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังการไอหรือจาม
3. หลีกเลี่ยงการพบปะหรือสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยโรคไข้หวัด ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม หากตัวเองป่วยควรหยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน เพื่อจำกัดพื้นที่และหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อ
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางตา จมูก หรือปาก เพราะเชื้อโรคนี้สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายทางอวัยวะส่วนนี้ได้
ทั้งนี้ ทางกรมควบคุมโรค ของกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาให้คำแนะนำประชาชนในการดูแลสุขภาพ ทาง www.moph.go.th สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคได้ที่ศูนย์บริการข่าวสาร โทร 0-2590-3333 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลจาก http://news.enterfarm.com
วิวัฒนาการไข้หวัดหมู
ข่าว คราวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูในประเทศเม็กซิโก จนคร่าชีวิตผู้คนไปหลายสิบคน ซึ่งผู้เสียชีวิตเฉพาะในประเทศเม็กซิโก มีถึง 149 คน (ตัวเลขทางการ ณ วันที่ 28 เมษายน 2552) เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติเป็นอย่างมาก ล่า สุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศเตือนว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะลุกลามไปทั่วโลก ทำให้หลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับโรคชนิดนี้ เกิดความสงสัยว่า "โรคไข้หวัดหมู" คืออะไร และจะสามารถป้องกันได้อย่างไร วันนี้กระปุกอาสามาบอกต่อกันค่ะ รู้จักโรคไข้หวัดหมู
"โรคไข้หวัดหมู" หรือ Swine influenza เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ ตามปกติมีการระบาดในหมูเท่านั้น สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 แต่บางครั้งหมูอาจมีเชื้อไข้หวัดอยู่ในตัวมากกว่า 1 ชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการผสมกันของยีนได้ ทำให้เกิดเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถข้ามสายพันธุ์มาติดต่อยังมนุษย์ได้ เริ่มต้นจากการสัมผัสกับหมูที่เป็นโรค
ไข้หวัดหมูส่วนใหญ่มักแพร่ระบาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว แต่สามารถพบเชื้อได้ตลอดทั้งปี สำหรับ โรคไข้หวัดหมูที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกานั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ ชิด เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น วิวัฒนาการไข้หวัดหมู
ก่อนจะกลายพันธุ์เป็นไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ หรือไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกนั้น ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ดั้งเดิม พบมาตั้งแต่ ค. ศ.1918-1919 ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish Flu) ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 20-40 ปี และตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จากนั้นโรคไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในช่วงต่างๆ ก่อให้เกิดโรคในคนอยู่มากกว่า 50 ราย โดยผู้ป่วย 61% มีประวัติสัมผัสหมูและมีอายุเฉลี่ย 24 ปี หลังจากนั้นใน ค.ศ.1974 ไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในค่ายทหาร (Fort Dix) ที่รัฐนิวเจอร์ซี่ มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยที่อีก 230 ราย ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการแต่น้อยมาก ทั้งหมดนี้ไม่มีประวัติสัมผัสหมู ซึ่งแสดงว่าน่าจะมีการพัฒนาจนมีการติดต่อจากคนสู่คน
ต่อมาใน ค.ศ.1988 หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งเสียชีวิตในรัฐวิสคอนซิน และมีประวัติสัมผัสหมู จึงเกิดการสงสัยว่าไข้หวัดหมูอาจไม่ใช่พันธุ์หมูล้วน (classic H1N1) จนกระทั่งปี ค.ศ.1998 จึงพิสูจน์พบว่า หมูที่เลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา มีไวรัสไข้หวัดหมูกลายพันธุ์ โดยมีพันธุกรรมผสมระหว่างหมู คน และนก เกิดสายพันธุ์ผสม (Triple assortant virus) H3N2, H1N2, และ H1N1 (วารสารโรคติดเชื้อ JID 2008) และสายพันธุ์ผสมนี้ยังพบได้ในเอเชีย และแคนาดา
จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 2008 ได้พบไข้หวัดหมูผสมสายพันธุ์ใหม่ (H1N1) ที่ประเทศสเปน จากหญิงอายุ 50 ปีที่ทำงานในฟาร์มหมู โดยมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คันคอ คันตา และหนาวสั่น แต่อาการเหล่านี้หายไปได้เอง โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาใดๆ จึงไม่มีการคาดการณ์ว่า ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่จะเป็นอันตรายมากนัก
จนกระทั่งล่าสุด เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมู ในประเทศเม็กซิโก และมีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า โรคนี้สามารถแพร่กันระหว่างคนสู่คน เนื่องจากเชื้อโรคได้วิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้ว
เชื้อ ไข้หวัดหมู มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป และเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามปกติคนจะไม่ติดเชื้อไข้หวัดหมู ยกเว้นผู้ที่ไปสัมผัสใกล้ชิดกับหมู ก็อาจติดเชื้อไข้หวัดหมูมาได้ แต่มักไม่ค่อยพบกรณีนี้ ทั้งยังไม่ค่อยพบกรณีไข้หวัดหมูระบาดจากคนสู่คนอีกด้วย แต่กรณีโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกอยู่ขณะนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า มีการติดต่อจากคนสู่คน เพราะผู้ป่วยบางรายไม่เคยมีประวัติสัมผัสหมูแต่อย่างใด
ทั้งนี้เชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด รวมทั้งติดต่อกันทางลมหายใจ หากอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื่อ และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา แต่ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู
ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก ระบุไว้ว่า โรคไข้หวัดหมู มีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60
แต่ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ยืนยันว่า โรคไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่จะระบาดในวงกว้างหรือไม่ และจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากน้อยเพียงใด อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่จะติดต่อจากคนสู่คนได้ยากง่ายระดับ ไหน
เมื่อเชื้อไข้หวัดหมูเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่า และรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม เบื่่ออาหาร บางรายอาจท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ทางสหรัฐอเมริกา ระบุว่า โรคไข้หวัดหมูสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คือ วัคซีนแอนตี้ไวรัส "โอเซลทามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู) และ "ซานามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า รีเลนซา) เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสไม่ให้แตกตัว แต่ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า วัคซีนเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด เนื่องจากไข้หวัดหมูที่แพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้น จึงต้องมีการศึกษาพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ เพื่อใช้ในการรักษาให้มีประสิทธิผลมากขึ้นต่อไป
โรคไข้หวัดหมู แม้จะเป็นสายพันธุ์หมู แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมูโดยตรง เพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ดังนั้นจึงสามารถรับประทานหมูได้ หากไม่แน่ใจ ให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกเสียก่อน คือ ผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือต้มในน้ำเดือด ก็จะสามารถทำลายเชื้อให้หมดไปได้
ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ
ในส่วนของผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเม็กซิโก รวมทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียและเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศใกล้เคียง ควรติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
สำหรับ ประเทศไทยนั้น ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูในประเทศ ดังนั้นก็ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอกค่ะ แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์จากโรคไข้หวัดหมู แนะนำว่าให้รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกแล้วดีกว่า และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตค่ะ
ข้อมูลจาก http://hilight.kapook.com/
โรคไข้หวัดหมู หรือ โรคไข้หวัดเม็กซิโก
โรคไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก)
โรคไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก) เกิดจาก เชื้อไวรัสหวัดหมู นับเป็นเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน วงการแพทย์ตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า H1N1 เอชวันเอ็นวัน เป็นเชื้อไข้หวัดที่ผสมหวัดคน หวัดหมูปนกับหวัดนก ซึ่งสามารถระบาด จากคนสู่คน ได้โดยไม่จำเป็น ต้องมีการสัมผัสกัน และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ อาจไม่สามารถป้องกันเชื้อชนิดใหม่นี้ได้
ผลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมชี้ว่า เชื้อหวัดใหญ่ ชนิด นี้เป็นส่วนผสมของไวรัสจากหมู มนุษย์ และสัตว์ปีก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน การที่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 25-45 นับเป็นสัญญาณที่น่าวิตกว่า อาจเป็นโรคระบาด เนื่องจากโดยทั่วไปนั้น ไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาลมักทำให้เกิดการเสียชีวิตในคน ชราและเด็กเล็กเป็นหลัก “เราตระหนักว่าปัญหานี้เป็นเรื่องร้ายแรง” ประธานาธิบดีเฟลิเป คาลเดอรอน ของเม็กซิโกกล่าว
โรคไข้หวัดหมู ได้แพร่ ระบาดในประเทศเม็กซิโก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 ราย และยังได้ทำให้เกิดการติดเชื้อ ในคนไข้ในสหรัฐ และกำลังแพร่เข้าสู่แคนาดาด้วย
องค์การอนามัยโลกระบุว่า เชื้อไวรัสจากคนไข้ชาวเม็กซิกัน 12 คนเป็นสายพันธุ์ใหม่ของไข้หวัดใหญ่ในหมู ซึ่งมีชื่อสายพันธุ์ว่า H1N1 โดยเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่พบในคนไข้ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียและเทกซัสจำนวน 8 คนซึ่งมีอาการดีขึ้นแล้ว
รัฐมนตรีสาธารณสุข โฮเซ แองเจล คอร์โดวา กล่าวในรายการข่าวโทรทัศน์ภาคค่ำ แนะนำให้ประชาชน หลีกเลี่ยงที่ชุมนุมชนและสวมหน้ากากปิดปากและจมูก และวัคซีนไข้หวัดใหญ่อาจไม่สามารถป้องกัน เชื้อชนิดใหม่นี้ได้ เขาบอกด้วยว่า อัตราการตายดูจะยังทรงตัว ไม่มีรายงานการเสียชีวิตในอัตราเพิ่มอย่างรวดเร็ว อย่างที่วิตกกังวลกัน และว่า เม็กซิโกมียาป้องกันไวรัส 1 ล้านชุด ซึ่งเพียงพอแก่การรักษา
ในเม็กซิโกซิตี ซึ่งมีประชากร 20 ล้านคน ทหารได้ออกแจกจ่ายผ้าปิดปาก และรัฐบาลเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยง การสัมผัสใกล้ชิดกับคนป่วย และการกินอาหารร่วมกัน
ดร.แนนซี่ ค็อกซ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยไข้หวัดใหญ่ ศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐ แถลงว่า ไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ มีลักษณะพันธุกรรม หรือยีน แตกต่างจาก ไวรัสไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก) ในอดีต เพราะมีองค์ประกอบของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ประกอบด้วย
- เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ
- เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์
- เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ขึ้นสูง ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง และปวดศีรษะรุนแรง
ดร.แนนซี่กล่าวต่อว่า สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ไวรัสไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก) พันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจากกระบวนการ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ “Antigenetic Shift” ซึ่งเชื้อไวรัส ไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และ ไข้หวัดใหญ่ อาจ เข้าไปอยู่ในตัวหมูที่เป็นพาหะนำโรค ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าว ผสมปนเปกัน ระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ตามปกติเชื้อไข้หวัดหมูจะติดคนที่สัมผัสหมูโดยตรงเท่านั้น เช่น ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู แต่เชื่อว่าอาจแพร่จากคนสู่คนผ่านการไอ การจาม หรือรับเชื้อจากวัสดุที่มีเชื้อโรค เกาะอยู่บนพื้นผิว แต่การบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณ สุข กล่าวถึงการแพร่ระบาดของ ไวรัสไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก) ใน เม็กซิโกว่า มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ กรมควบคุมโรค ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่
25 เม.ย. จะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก เพื่อติดตามว่าจะประกาศแจ้งเตือนความรุนแรง
ของโรคนี้อย่างไรบ้าง รวมทั้งจะต้องแจ้งเตือนผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดอยู่ หรือไม่
เท่าที่รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ขณะนี้แพร่ระบาดอยู่เพียงในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส
น.พ.คำนวณกล่าวต่อว่า ผู้ที่เป็น โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู จะมีอาการเหมือน ไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่จะแสดงอาการรุนแรง และรวดเร็วกว่า ไข้หวัดใหญ่ธรรมดา โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู แม้จะมีเชื้อตั้งต้นมาจากหมู แต่ระยะแพร่ระบาดติดต่อจากคนสู่คน แตกต่างจากไข้หวัดนก ซึ่งติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คนได้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู มีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 5-7 ถือว่าสูงกว่าผู้ป่วย โรคไข้หวัดใหญ่ ธรรมดา แต่ยังน้อยกว่าอัตราของผู้เสียชีวิตของผู้ป่วยโรค ไข้หวัดนก ที่ผู้รับเชื้อจะมีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 60
ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าโรค นี้แม้เป็นสายพันธุ์หมู แต่ไม่เกี่ยวกับหมู ดังนั้นไม่อยากให้คนไทยแตกตื่น และกลัวการสัมผัส หรือรับประทานหมู เพราะเมื่อได้ยินว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู อาจทำให้กลัว ไม่กล้ากิน และไม่กล้าสัมผัสหมู
อาการโรคไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก)
- มีไข้สูง
- หายใจไม่สะดวก
- ปวดศีรษะ ปวดตา
- ปวดเมื่อยตามร่างกายรุนแรง
- อาการป่วยจะพัฒนารวดเร็วและจะมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงภายใน 5 วัน
สำหรับคำแนะนำในการป้องกัน โรคไข้หวัดหมู (โรคไข้หวัดแม็กซิโก) เบื้องต้น เหมือนการป้องกันไข้หวัดธรรมดา คือ
- เมื่อเป็นหวัดเวลาจามจะต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิด เพื่อป้องกันการติดต่อ
- หมั่นล้างมือ
- หากมีอาการรุนแรง ไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศ ที่มีการแพร่ระบาด
ข้อมูลจาก http://www.rapeeseoaff.com