แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนุมูลอิสระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนุมูลอิสระ แสดงบทความทั้งหมด

เคล็ดลับ ดวงตาดูสวยสดใส แบบวิธีธรรมชาติ

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo


- ควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกๆ 2 - 4 ปี แต่สำหรับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปแล้ว ควรจะตรวจให้บ่อยขึ้นคือทุกๆ 1 - 2 ปี
- สำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรเริ่มฝึกนิสัยในการพักสายตา โดยการมองออกไปไกลๆ ทุกๆ 15นาที ควรสวมแว่นตาดำที่สามารถปกป้องและกรองแสงยูวีได้ ทุกครั้งที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีแดดจัดจ้าน
- ปกป้องและระวังไม่ให้ดวงตาสัมผัสกับควันและฝุ่นละอองต่างๆโดยตรง

าหารเสริม เพื่อดวงตาสดใส

- รับประทานผัก ผลไม้ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti Oxidant) ใน ปริมาณสูง เช่น ผลบลูเบอร์รี่ ผักใบเขียว และแครอท ซึ่งจะช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา และช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้ อีกทั้งช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืด และมีความไวในที่แสงน้อยๆดีกว่า

- รับประทานผัก
ที่มีสารลูทีน (Lutien) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่ง เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง มีสีเหลือง พบมากในพืชผักที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ผลอะโวคาโด บร็อคโคลี่ ข้าวโพด ฟักทอง ผักโขม และผักกวางตุ้ง เหล่านี้ล้วนเป็นสารธรรมชาติที่พบมากในตาบริเวณจุดรับภาพและจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรอง หรือป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตา ไม่ให้ถูกทำลาย โดยการต้านอนุมูลอิสระพร้อมทั้งกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา

- รับประทานสารสกัดของโอเมก้า 3 หรือรับประทานปลาชนิดต่างๆ

10 อันดับของผลไม้ มีประโยชน์สุดๆๆ

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

ผลไม้

ผลไม้ที่อุดมไปด้วย “เบต้าแคโรทีน” รวม ทั้งวิตามินอีและวิตามินซี ผลไม้ไทยติดอันดับเพียบ ทั้งมะม่วงน้ำดอกไม้สุก มะเขือเทศราชินี มะละกอสุก กล้วยไข่ มะม่วงเขียวเสวย ฯลฯ เผยสุดยอดประโยชน์ครบถ้วนต้องยกให้”มะเขือเทศราชินี”

มีการค้นคว้า วิจัยหลายต่อหลายอย่างเพื่อหาวิธีป้องกันและทำลายตัวร้ายที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ นั่นเพราะอนุมูลอิสระจะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคภัยอันร้ายกาจหลายอย่าง ตั้งแต่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง ทำลายเนื้อเยื่อ ก่อให้เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ ฯลฯ

สาเหตุที่ทำให้ เกิดอนุมูลอิสระนี้มีทั้งจากภายนอก อย่างมลพิษต่างๆ ควันบุหรี่ แสงแดด รังสีแกมมา คลื่นความร้อน และจากภายในร่างกาย ที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของออกซิเจนภายในเซลล์ หรือเกิดจากย่อยทำลายเชื้อแบคทีเรียของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ผลจากการวิจัยของกองโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า “เบต้าแคโรทีน” จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการกลายพันธุ์ในเซลล์ “วิตามินอี” ช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้ และ “วิตามินซี” จะทำหน้าที่จับอนุมูลอิสระใน เซลล์ที่เป็นของเหลว ป้องกันการถูกอนุมูลอิสระทำลาย ทั้งสามนี้มีฤทธิ์พิเศษที่สามารถทำลายและต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดการ อักเสบได้


10 อันดับของผลไม้ที่อุดมไปด้วย “เบต้าแคโรทีน” ได้แก่

  1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
  2. มะเขือเทศราชินี
  3. มะละกอสุก
  4. กล้วยไข่
  5. มะม่วงยายกล่ำ
  6. มะปรางหวาน
  7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
  8. มะยงชิด
  9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
  10. สับปะรดภูเก็ต

และยังพบอีกด้วย ว่า กล้วยในสายพันธุ์ต่างๆ ก็อุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีน เช่นกัน กล้วยไข่พม่า กล้วยงาช้าง กล้วยไข่โนนสูง กล้วยนางพญา กล้วยไข่ และกล้วยหักมุกนวล

ในการวิจัยยังพบ ด้วยว่า ผลไม้ประเภทเดียวกันแต่ต่างสีกัน อาทิ แคนตาลูปเหลืองกับแคนตาลูปเขียว หรือสับปะรดภูเก็ต ภูแล ศรีราชา ก็มีประสิทธิภาพและปริมาณในการต้านอนุมูลอิสระและเบตาแคโรทีนไม่เท่ากัน

10 อันดับผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง คือ

  1. ฝรั่งกลมสาลี่
  2. ฝรั่งไร้เมล็ด
  3. มะขามป้อม
  4. มะขามเทศ
  5. เงาะโรงเรียน
  6. ลูกพลับ
  7. สตรอว์เบอร์รี่
  8. มะละกอแขกดำสุก
  9. ส้มโอขาวแตงกวา
  10. พุทราแอปเปิล

แต่ผลวิจัยพบว่า สาลี่ องุ่น และแอปเปิล ที่มีวิตามินซีสูง แต่กลับมีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ

ส่วน 10 อันดับของผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง ได้แก่

  1. ขนุนหนัง
  2. มะขามเทศ
  3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ
  4. มะเขือเทศราชินี
  5. มะม่วงเขียวเสวยสุก
  6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
  7. มะม่วงยายกล่ำสุก
  8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู
  9. สตรอว์เบอร์รี่
  10. และกล้วยไข่

ส่วนผลไม้ที่ได้ชื่อว่ามีสารทั้งสามมากที่สุดนั้นต้องยกให้มะเขือเทศราชินี

เมื่อรู้เขารู้เราแล้ว ก็อย่าลืมที่จะชั่งใจสักนิดก่อนที่จะหยิบอะไรเข้าปาก เพื่อสุขภาพที่ดีของเราๆ ท่านๆ ทั้งนั้น