เคล็ดลับนวดผ่อนรอบดวงตา
วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2552
1. ใช้ปลายนิ้วชี้ กลาง และนาง ยืดคิ้วออกทางด้านข้าง 3 ครั้ง
2. ใช้ นิ้วกลางของทั้งสองข้าง หมุนวนรอบดวงตาพร้อมๆกัน ในลักษณะวนตามเข็มนาฬิกา และแต่ละครั้งให้หยุดกดที่บริเวณหัวคิ้ว ทำแบบนี้ซ้ำทั้งหมด 60 รอบ
3. ใช้นิ้วกลางกดจุดไล่ตั้งแต่หัวคิ้วไปถึงขมับ 3 รอบ
4. กดจุดไล่ลงมาที่บริเวณใต้ตา ไล่ตั้งแต่หัวตาไปถึงหางตา 3 รอบ
5. ใช้นิ้วกลางนวดที่บริเวณขมับ หมุนเป็นรูปเลขแปด ทำซ้ำทั้งหมด 6 รอบ
6. ทำซ้ำข้อ 2 - 5 ทั้งหมด 3 รอบ
7. นำมือทั้งสองข้างปิดที่ดวงตา โดยลากน้ำหนักลงที่ปลายนิ้ว ออกไปที่ด้านข้างกรอบหน้า แล้วจึงค่อยๆ ยกฝ่ามือออกจากใบหน้า
ดูแลดวงตา ด้วยการบริหาร
การกินอาหารเพื่อความสวยอาจจะยังไม่ดีพอ ต้องอาศัยการบริหารดวงตาด้วย มีท่าบริหารเด็ดๆ ที่ทำได้ง่ายๆ มาฝากกัน
การ บริหารท่านี้ ง่ายเสียยิ่งกว่านั่งหายใจซะอีก (แอบเว่อร์) ก็แค่ให้กระพริบตา 1-2 ครั้ง ทุกๆ 10 วินาที ช่วยให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะคนที่นั่งหน้าคอมพ์ทั้งวัน รวมทั้งคนที่สวมแว่นหรือคอนเทคเลนส์
ตื่น นอนทุกเช้าใช้มือวักน้ำ ชโลมดวงตาด้วยน้ำอุ่นประมาณ 20 ครั้ง สลับกับการวักน้ำเย็นชโลมดวงตาอีก 20 ครั้ง จะช่วยให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดีขึ้น การจบด้วยน้ำเย็นทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตากระชับไม่หย่อนยาน
วิธี นี้ คือ ให้กวาดสายตาไปตามวัตถุที่อยู่ไกลๆ แบบไม่ต้องจ้องไปทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง ไม่เพ่ง หรือเขม่นอยู่จุดใดจุดเดียว ซึ่งจะทำให้สายตาของเราได้ผ่อนคลาย แต่ระวังอย่าไปจ้องแสงสะท้อนจากแดดเข้าล่ะ เดี๋ยวจะปวดหนักกว่าเก่า
แกว่ง ตัวไปมาจากซ้ายไปขวา ถ่ายน้ำหนักตัวบนขาแต่ละข้างสลับไปมา สายตามองไปไกลๆ แต่ไม่ต้องจ้อง ปล่อยให้จุดที่เรามองแกว่งไปมาซ้ายขวาตามการแกว่งตัว จะช่วยให้ดวงตาได้พักผ่อนและปรับตัวดีขึ้น ทำบ่อยๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย
8 วิธี ถนอมสุขภาพดวงตา
1.. ควรใช้สายตาที่มีแสงสว่างเพียงพอและหลีกเลียงการเพ่งมองเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดตาได้
2.ควรสวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่อยู่ในที่มีแสงจ้า
3. หลีกเลียงการใช้มือสกปรกขยี้ตา หรือใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า เพราะเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่บนผ้าเช็ดหน้า อาจทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบได้
4. ในกรณีที่ใช้สายตาทำงานมาก ๆ เช่น อ่านหนังสือ ควรหาช่วงพักผ่อนสายตา อาจจะด้วยการทอดสายตาออกไปไกล ๆ หรือมองต้นไม้สีเขียวบ้าง
5. การนอนอย่างเพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีนั้น เป็นการพักผ่อนสายตาได้ดี
6. การแต่งหน้าอาจทำให้เกิดถุงใต้ตา และรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เนื่องจากเนื้อครีมเข้มข้นอาจใช้แรงกดในการทา ซึ่งทำให้เกิดริ้วรอยได้ ฉะนั้นต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวหน้า และผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ ต้องมีเนื้อครีมที่บางเบา ไม่มีสารี่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง
7. ถ้าดวงตาเกิดอาการบวมแดง หรือดูอิดโรยไม่สดใส ให้ใช้สำลีชุบน้ำเย็นหรือ ผ้าห่อน้ำแข็งวางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง
8. บริหาร ดวงตาโดยการกรอกลูกตาไปมาเป็นวงกลมเริ่มจากตามเข็มนาฬิกาครบหนึ่งรอบ แล้วกรอกทวนเข็มนาฬิกา ทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ กันวันละ 2-3 ครั้ง แล้วนอนหงายหรือนั่งหลับตาสักพัก ซึ่งอาจใช้แตงกวาฝานชิ้นบาง ๆ แปะไว้บนเปลือกตาทั้งสองข้าง เมื่อลืมตาขึ้นมาจะทำให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวาขึ้น
เคล็ดลับ ดวงตาดูสวยสดใส แบบวิธีธรรมชาติ
- ควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกๆ 2 - 4 ปี แต่สำหรับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปแล้ว ควรจะตรวจให้บ่อยขึ้นคือทุกๆ 1 - 2 ปี
- สำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรเริ่มฝึกนิสัยในการพักสายตา โดยการมองออกไปไกลๆ ทุกๆ 15นาที ควรสวมแว่นตาดำที่สามารถปกป้องและกรองแสงยูวีได้ ทุกครั้งที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีแดดจัดจ้าน
- ปกป้องและระวังไม่ให้ดวงตาสัมผัสกับควันและฝุ่นละอองต่างๆโดยตรง
อ าหารเสริม เพื่อดวงตาสดใส
- รับประทานผัก ผลไม้ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti Oxidant) ใน ปริมาณสูง เช่น ผลบลูเบอร์รี่ ผักใบเขียว และแครอท ซึ่งจะช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา และช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้ อีกทั้งช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืด และมีความไวในที่แสงน้อยๆดีกว่า
- รับประทานผัก ที่มีสารลูทีน (Lutien) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่ง เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง มีสีเหลือง พบมากในพืชผักที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ผลอะโวคาโด บร็อคโคลี่ ข้าวโพด ฟักทอง ผักโขม และผักกวางตุ้ง เหล่านี้ล้วนเป็นสารธรรมชาติที่พบมากในตาบริเวณจุดรับภาพและจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรอง หรือป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตา ไม่ให้ถูกทำลาย โดยการต้านอนุมูลอิสระพร้อมทั้งกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา
- รับประทานสารสกัดของโอเมก้า 3 หรือรับประทานปลาชนิดต่างๆ