เคล็ดลับสุขภาพและจิตใจดี
วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2552
1. ปรับทัศนะคติของเราก่อน โดยขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เราประสบมา
2. มีความเมตตาต่อชีวิตอื่นๆ ต่อเพื่อนๆ ต่อผู้ร่วมงาน ญาติพี่น้อง
3. คนสุขภาพดีจะพร้อมดูแลช่วยเหลือผู้อื่น ในขณะที่คนสุขภาพไม่ดีมักจะ
หมกมุ่นอยู่กับตัวเองและกับปัญหาของตัวเอง
4. เรียนรู้และฝึกการให้อภัยและปล่อยวาง เพื่อที่ชีวิตจะสามารถดำเนินได้
ต่อไป จากการศึกษาวิจัยพบว่า การให้อภัยจะช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้น
และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการปรวนแปรของระบบต่างๆในร่างกายไป
ในทางลบ ซึ่งในที่สุดร่างกายก็เริ่มอ่อนแอในที่สุดก็จะนำไปสู่โรคร้าย
ต่างๆได้
5. อยู่และปรับตัวให้กลมกลืนกับผู้คนรอบข้าง และพยายามเป็นผู้ไกล่เกลี่ย
ให้มากกว่าเป็นผู้มีปัญหา
6. เรียนรู้ที่จะยอมรับ ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะออกมาในรูปแบบใด ฝึกทำใจ
ให้สงบ เพราะความสงบของจิตใจจะเป็นตัวเยียวยาที่ดี
7. เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง และควรจะยินยอมให้ผู้อื่นได้ทำเช่น
เดียวกันนี้ อย่ายืนค้ำหัวผู้อื่นหรือบงการควบคุมผู้อื่นไปทุกฝีก้าว เรียนรู้
ในการให้โอกาสแก่คนอื่นๆเพื่อที่เขาจะได้พัฒนาและเติบโตต่อไป
8. พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงแต่ความโชคร้ายหรือความเจ็บป่วยของตน
เองเพราะมันจะไม่เป็นผลดีไม่ว่าต่อตัวคุณเองหรือผู้อื่น และก็จะเป็นการ
เปิดโอกาสให้ผู้อื่นมาทำเช่นเดียวกันนี้กับคุณ
9. อย่านินทาผู้อื่น แต่ควรจะพูดเพื่อคนอื่นแทน
10. สละเวลาวันละประมาณ 10 นาที เพื่อทบทวนดูว่าเราจะสามารถทำ
อย่างไรได้บ้างถึงจะเป็นคนที่ดีได้มากกว่าที่เป็นอยู่แทนที่ความคิดร้ายๆ
ด้วยการมองโลกในแง่ดี ทบทวน ฟัง และทำตามสติของเราเอง
11. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน โดยส่วนที่ควรให้ความสนใจเป็น
พิเศษ เช่น
- การดูแลให้กระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆให้มีการเคลื่อนไหวได้สดวก
- บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง
- ฝึกขยายปอดด้วยท่าบริหารเฉพาะเป็นประจำ อบ่างสม่ำเสมอรวมถึงการ
ฝึกหายใจให้ได้อากาศอย่างเต็มที่
- ฝึกร่างกายให้มีความยืดหยุ่น และมีความแข็งแรง
12. พยายามบริหารโดยการเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าหรือพื้นทรายประมาณ
10 นาที จะช่วยให้คุณหลับได้ดีขึ้น
13. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่นเครื่องดื่นที่มีอัลกอฮอล์ คาเฟอีน เพราะการที่
ร่างกายจะขับสารพิษเหล่านี่ต้องทำงานและใช้พลังงานอย่างมาก แทนที่
จะนำพลังงานเหล่านี้ไปใช้ซ่อมแซมเสริมสร้างส่วนสึกหร่อของร่างกาย
ดีที่สุดควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างกายจนติดเป็นนิสัย
14. ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ จากธรรมชาติหลีกเลี่ยงอาหารปรุงแต่งที่มี
การเสริมสารกันบูดที่จะทำให้เก็บอาหารนั้นได้นานขึ้น ทานพืชผักผลไม้
ที่มีเส้นใยมากๆเพื่อช่วยระบบขับถ่าย ป้องกันท้องผูก
15. เข้านอนแต่หัวค่ำ อย่างน้อยไม่ควรเกินกว่า 3 ทุ่ม ถ้าในระหว่างวันมีการ
ทำงานที่เหนื่อยเพลียก็ให้พยายามเพิ่มการพักผ่อนให้มากขึ้นเพราะใน
ระหว่างที่หลับจะเป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหร่อ เป็นการชารต์
พลังงานเพื่อเตรียมตัวเราในวันต่อไป ก่อนนอนให้เขียนเรื่องที่เป็นปัญหา
และยังไม่ได้แก้ไขเอาไว้เพราะเมื่อตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นแจ่มใสจะมี
ความพร้อมในการคิดอ่านแก้ไขปัญหามากที่สุดในช่วงนี้ ปัญหาต่างๆ
ที่ว่ายากจะแก้ไขได้ง่ายในช่วงนี้