รู้จักโรคซึมเศร้า (depression)

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2552
Posted by noobo

ความเครียดมาก แก้ไม่ตก จะกลายเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งบั่นทอนชีวิตได้
โรคซึมเศร้ามีอาการทั้งทางกายและทางจิต
ทางกายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น รับประทานอาหารมากขึ้นหรือ
ลดลง ทำให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย การตอบสนองและการ
เคลื่อนไหวของร่างกายช้าลง แม้การเดินช้าลง อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง

ทางจิตมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ง่าย โดยมีอาการซึมเศร้า ขาดความ
สุข หรือความสนุกในการทำกิจกรรม ซึ่งปกติหรือคนทั่วไปเขาสนุกสนานกัน
ขาดสมาธิในการทำงานหรือการเล่าเรียน ย้ำคิดเรื่องความตายและพยายาม
ฆ่าตัวตาย บางพวกมีอารมณ์ก้าวร้าว จนบางครั้งจะปรากฏอาการ ตื่นเต้น
อาละวาด (manic depressive illness) บางคนมีอาการทางจิตและภาพ
หลอน (hallucinations and delusion)

กลุ่มบุคคลที่เป็นโรคซึมเศร้าพบบ่อยในผู้หญิงสูงอายุ โดยเฉพาะมีประวัติ
ในครอบครัวที่มีอาการทางโรคจิต อาการซึมเศร้าอาจจะเกิดขึ้นหลังการ
ตกงาน การทำคะแนนไม่ได้ดีอย่างที่คาดหวัง บุคคลเหล่านี้ต้องการญาติ
สนิทมารับฟังคำปรึกษา หรืออย่างน้อยก็มีเพื่อนสนิทมารับฟัง ปัจจัยที่เป็น
ตัวกระตุ้นให้เกิดอาการซึมเศร้าได้มากและได้บ่อยคือ การหย่าร้าง การ
พลัดพรากจากคนที่ตัวเองรัก ปัญหาการตกงาน รายได้ไม่พอใช้จ่าย การ
ติดยาเสพติด โดยเฉพาะโคเคนหรือพวกเหล้า ผู้หญิงหลังคลอดจะมีอาการ
โรคซึมเศร้าได้บ่อย

จะทำอย่างไรกับโรคซึมเศร้า เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง อาจมีอาการ
เป็นสัปดาห์จนถึงเป็นหลายปี แต่บางคนหายเองได้ ส่วนใหญ่ต้องการ
การรักษาทางยาและจิตบำบัด ญาติควรจะนำผู้ที่มีอาการซึมเศร้าไปพบ
แพทย์ โดยเฉพาะพวกที่มีแนวโน้มที่คิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากพวกมีอาการ
ซึมเศร้ามีอัตราเสี่ยงเป็น 30 เท่าของคนปกติในการฆ่าตัวตาย โรคนี้เป็น
โรคที่รักษาได้ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะหายเป็นปกติได้

นอกจากรักษาทางยาและจิตบำบัดแล้ว การนั่งสมาธิและการออกกำลังกาย
สม่ำเสมอ (ดูในบทต่อไปเรื่องการออกกำลังกาย) จะคลายความเครียดได้
เนื่องจากมีสารปิติ (endophine) เกิดขึ้นทำให้หายซึมเศร้าได้ คนที่เป็นโรค
จิต (schizophrenia) เมื่อออกกำลังกายสามารถแก้ปัญหาที่สมองโดย การ
หลั่งสาร เซโรโตนิน (serotonin) และ อิฟิเนพฟิน (ephinephine) ที่เคยน้อย
ให้เพิ่มขึ้นและเป็นปกติได้ การแก้ไขให้พบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะป้องกันการ
เสียชีวิตได้
ข้อมูลจาก http://www.thailabonline.com

0 ความคิดเห็น: