อาหารทำให้ฟันแข็งแรง

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Posted by noobo

อาหารเป็นสิ่งที่มนุษย์กินเข้าไปแล้วไม่เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มีประโยชน์ที่จะช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำให้กระบวนต่างๆ ภายในร่างกายดำเนินไปได้อย่างปกติ อาหารจึงเป็นสิ่งจำเป็น และมีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนตลอดชีวิต

การที่จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรรับประทานอาหารให้พอเพียงกับความต้องการของร่างกาย รับประทานที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ แต่สัดส่วนและปริมาณอาจแตกต่างกันออกไป

อาหารหลัก 5 หมู่ นั้นได้แก่

1. อาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว เป็นต้น

2. อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้งและน้ำตาล เป็นต้น

3. อาหารประเภทไขมัน เช่น น้ำมันพืช เนย กะทิ เป็นต้น

4. และ 5. อาหารประเภทเกลือแร่และวิตามิน ซึ่งพบมากในผักใบเขียวและผลไม้

อาหารกับฟันสัมพันธ์กันอย่างไร

บางคนอาจยังไม่ทราบว่า การสร้างฟันเริ่มตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา เมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 4 - 6 สัปดาห์ เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว หน่อฟันที่ฝังอยู่ในขากรรไกรจะเจริญเติบโตขึ้นเป็นตัวฟัน ฟันจะเริ่มโผล่พ้นเหงือกให้เห็นเมื่อทารกอายุประมาณ 6 - 7 เดือน ซึ่งตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาจนทารกคลอดออกมา จะมีการสร้างกระดูกและฟันตลอดเวลา การสร้างกระดูกและฟันของคนเรา ต้องการแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก เพราะแคลเซียมและฟอสฟอรัสเป็นสารที่สร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ในระยะที่ร่างกายมีการเจริญเติบโต กระดูกและฟันจึงประกอบด้วยแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสเป็นส่วนใหญ่

นอกจากแคลเซียมและฟอสฟอรัสแล้ว ยังมีแร่ธาตุอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยต่อต้านการเกิดโรคฟันผุทำให้ฟันแข็งแรง แร่ธาตุนั้นคือ ฟลูออไรด์ ซึ่งคงได้ยินให้เห็นกันคุ้นหู้คุ้นตาจากการโฆษณาทางโทรทัศน์ ฟลูออไรด์ชนิดรับประทานเมื่อได้รับขณะฟันกำลังสร้างตัว จะทำให้ตัวฟันแข็งแรง เช่นเดียวกับแคลเซียมและฟอสฟอรัสดังนั้นแร่ธาตุทั้ง 3 ชนิดนี้ เด็กๆ ควรได้รับประทานทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

จะพบแคลเซียม ฟอสฟอรัสและฟลูออไรด์ได้ที่ไหน?

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า แคลเซียมและฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่ใช้ในการสร้างฟัน ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละประมาณ 800 มิลลิกรัม และฟอสฟอรัสประมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ลูกเดือย ผักกุ้ยช่าย ใบขี้เหล็ก เห็ดหูหนู ใบแมงลัก ผลไม้เช่น ขนุน น้อยหน่า พุทรา มันแกว เป็นต้น

สำหรับฟลูออไรด์ จะเป็นแร่ธาตุที่ช่วยให้เนื้อฟันแข็งแรง แต่ฟลูออไรด์ก็ไม่สามารถป้องกันฟันผุได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เด็กๆ จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดปากและฟันด้วย ฟลูออไรด์มีอยู่ในอาหารจำพวก ใบชา ใบเมี่ยง ใบกุ่ยช่าย กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย เป็นต้น นอกจากจะได้รับจากอาหารแล้ว ยังอาจได้ฟลูออไรด์จากยาสีฟัน การทาฟลูออไรด์ ยาเม็ดฟลูออไรด์ เป็นต้น

จะ เห็นได้ว่าอาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกเพศทุกวัย และอาหารยังมีความสำคัญต่อฟันในระยะที่ฟันกำลังสร้างตัวด้วย หลังจากนั้นจะต้องดูแลทันตสุขภาพด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธีด้วยจึงจะทำให้ฟัน แข็งแรงและสวยงามตลอดไป



ข้อมูลจาก http://healthnet.md.chula.ac.th

0 ความคิดเห็น: